• 5 เหตุผลที่หมาเรียน “ภาษามือ” ได้ (ไม่ได้โม้!)

    กลางดึกคืนหนึ่ง...ชายตาบอดเดินอยู่ริมถนน พร้อมสุนัขพันธุ์ไทยหลังอาน
    อยู่ดีๆ เขาหยุด ยกมือทำท่าสั่งบางอย่าง
    หมานั้นนั่งลงทันที หันหน้าไปทางซ้าย แล้วค่อยๆ เดินต่ออย่างสงบ

    นี่ไม่ใช่หนังสายลับ — แต่นี่คือโลกของ **ภาษามือสำหรับสุนัข** ที่คุณก็ฝึกให้เจ้าตูบที่บ้านได้!
    ไม่ว่าหมาของคุณจะเป็น **หมาไทยวัด, ชิสุ, อิงลิชบูลด็อก หรือพันธุ์ไหนๆ** ก็เรียนภาษามือได้เหมือนกัน

    ---

    ## 1. หูไม่ได้ยิน แต่ตายังดี — หมามองท่าทางได้แม่นยำ

    งานวิจัยของ *Stanley Coren* พบว่า **สุนัขจดจำท่าทางของมนุษย์ได้ดีกว่าคำพูด**
    โดยเฉพาะเมื่อใช้ท่ามือเดิมซ้ำๆ เช่น

    * ชี้พื้น = ให้นั่ง
    * โบกมือ = หยุด
    * ยกนิ้ว = เงียบ

    **เคล็ดลับ:** ฝึกด้วยเสียง + ท่ามือก่อน แล้วค่อยตัดเสียงออกในภายหลัง

    ---

    ## 2. ภาษามือช่วยเสริมสมาธิและวินัย

    จาก *Dogster.com* การฝึกภาษามือทำให้หมามีสมาธิและสร้างความสัมพันธ์กับเจ้าของได้ลึกซึ้งขึ้น
    เหมาะกับพันธุ์ซนๆ อย่าง **ฮัสกี้, แจ็ครัสเซล**

    **ข้อควรรู้:** ฝึกคำสั่งพื้นฐาน (นั่ง, คอย, มา, นอน, เงียบ) ก่อนเพิ่มคำสั่งยากๆ

    ---

    ## 3. เหมาะกับหมาทุกวัย โดยเฉพาะหมาแก่และหมาหูหนวก

    ข้อมูลจาก *American Veterinary Medical Association* ระบุว่า

    > สุนัขกว่า 35% ที่อายุเกิน 10 ปี เริ่มมีภาวะสูญเสียการได้ยิน

    ภาษามือจึงเป็นภาษาหลักสำหรับหมากลุ่มนี้ รวมถึงหมาที่พิการทางการได้ยินตั้งแต่เกิด

    **เคล็ดลับ:** ฝึกในที่แสงสว่างพอ เพื่อให้หมาเห็นมือชัดๆ

    ---

    ## 4. ท่ามือคือ “ภาษาสากล”

    ไม่ว่าคุณจะอยู่เชียงใหม่ กรุงเทพ หรือ นิวยอร์ก
    ท่า “ชูฝ่ามือ = หยุด” และ “ชี้พื้น = นั่ง” ใช้กันทั่วโลก ลดความสับสนจากสำเนียงและภาษา

    ---

    ## 5. เริ่มง่าย ใช้แค่ใจ + มือ

    ไม่ต้องซื้ออุปกรณ์แพง แค่สม่ำเสมอและให้รางวัลก็พอ
    **เทคนิค:**

    * ฝึกวันละ 10–15 นาที
    * ใช้ขนมรางวัล
    * ท่ามือควรเรียบง่าย ไม่สับสนกับท่าปกติ


    อ่านต่อที่ [Lazadog.com/blog](https://Lazadog.com/blog)
    แชร์ประสบการณ์ฝึกหมาด้วยภาษามือในคอมเมนต์

    #ภาษามือหมา #ฝึกหมาด้วยมือ #หมาหูหนวกฝึกได้ #สื่อสารกับหมา #Lazadogรู้ใจหมา #DogTrainingTips #หมาเรียนรู้



    ภาษามือสำหรับสุนัข, ฝึกหมาด้วยภาษามือ, ฝึกหมาหูหนวก, วิธีฝึกสุนัข, ฝึกหมาให้นั่ง, ฝึกหมาให้เชื่อฟัง


    "5 เหตุผลที่หมาเรียนภาษามือได้จริง พร้อมวิธีฝึกง่ายๆ สำหรับหมาทุกวัย แม้หมาหูหนวกก็ฝึกได้ อ่านเทคนิคจาก Lazadog.com"


    🐾 5 เหตุผลที่หมาเรียน “ภาษามือ” ได้ (ไม่ได้โม้!) กลางดึกคืนหนึ่ง...ชายตาบอดเดินอยู่ริมถนน พร้อมสุนัขพันธุ์ไทยหลังอาน อยู่ดีๆ เขาหยุด ยกมือทำท่าสั่งบางอย่าง หมานั้นนั่งลงทันที หันหน้าไปทางซ้าย แล้วค่อยๆ เดินต่ออย่างสงบ นี่ไม่ใช่หนังสายลับ — แต่นี่คือโลกของ **ภาษามือสำหรับสุนัข** ที่คุณก็ฝึกให้เจ้าตูบที่บ้านได้! ไม่ว่าหมาของคุณจะเป็น **หมาไทยวัด, ชิสุ, อิงลิชบูลด็อก หรือพันธุ์ไหนๆ** ก็เรียนภาษามือได้เหมือนกัน --- ## 1. หูไม่ได้ยิน แต่ตายังดี — หมามองท่าทางได้แม่นยำ 📌 งานวิจัยของ *Stanley Coren* พบว่า **สุนัขจดจำท่าทางของมนุษย์ได้ดีกว่าคำพูด** โดยเฉพาะเมื่อใช้ท่ามือเดิมซ้ำๆ เช่น * ชี้พื้น = ให้นั่ง * โบกมือ = หยุด * ยกนิ้ว = เงียบ **เคล็ดลับ:** ฝึกด้วยเสียง + ท่ามือก่อน แล้วค่อยตัดเสียงออกในภายหลัง --- ## 2. ภาษามือช่วยเสริมสมาธิและวินัย จาก *Dogster.com* การฝึกภาษามือทำให้หมามีสมาธิและสร้างความสัมพันธ์กับเจ้าของได้ลึกซึ้งขึ้น เหมาะกับพันธุ์ซนๆ อย่าง **ฮัสกี้, แจ็ครัสเซล** **ข้อควรรู้:** ฝึกคำสั่งพื้นฐาน (นั่ง, คอย, มา, นอน, เงียบ) ก่อนเพิ่มคำสั่งยากๆ --- ## 3. เหมาะกับหมาทุกวัย โดยเฉพาะหมาแก่และหมาหูหนวก ข้อมูลจาก *American Veterinary Medical Association* ระบุว่า > สุนัขกว่า 35% ที่อายุเกิน 10 ปี เริ่มมีภาวะสูญเสียการได้ยิน ภาษามือจึงเป็นภาษาหลักสำหรับหมากลุ่มนี้ รวมถึงหมาที่พิการทางการได้ยินตั้งแต่เกิด **เคล็ดลับ:** ฝึกในที่แสงสว่างพอ เพื่อให้หมาเห็นมือชัดๆ --- ## 4. ท่ามือคือ “ภาษาสากล” ไม่ว่าคุณจะอยู่เชียงใหม่ กรุงเทพ หรือ นิวยอร์ก ท่า “ชูฝ่ามือ = หยุด” และ “ชี้พื้น = นั่ง” ใช้กันทั่วโลก ลดความสับสนจากสำเนียงและภาษา --- ## 5. เริ่มง่าย ใช้แค่ใจ + มือ ไม่ต้องซื้ออุปกรณ์แพง แค่สม่ำเสมอและให้รางวัลก็พอ **เทคนิค:** * ฝึกวันละ 10–15 นาที * ใช้ขนมรางวัล * ท่ามือควรเรียบง่าย ไม่สับสนกับท่าปกติ 📌 อ่านต่อที่ [Lazadog.com/blog](https://Lazadog.com/blog) 💬 แชร์ประสบการณ์ฝึกหมาด้วยภาษามือในคอมเมนต์ #ภาษามือหมา #ฝึกหมาด้วยมือ #หมาหูหนวกฝึกได้ #สื่อสารกับหมา #Lazadogรู้ใจหมา #DogTrainingTips #หมาเรียนรู้ ภาษามือสำหรับสุนัข, ฝึกหมาด้วยภาษามือ, ฝึกหมาหูหนวก, วิธีฝึกสุนัข, ฝึกหมาให้นั่ง, ฝึกหมาให้เชื่อฟัง "5 เหตุผลที่หมาเรียนภาษามือได้จริง พร้อมวิธีฝึกง่ายๆ สำหรับหมาทุกวัย แม้หมาหูหนวกก็ฝึกได้ อ่านเทคนิคจาก Lazadog.com"
    0 Комментарии 0 Поделились 4Кб Просмотры
  • จิบกลิ่นขี้ชะมดที่ปทุมฯ – Weasel Coffee ร้านกาแฟที่ชะมดยังต้องเหลียว

    ขับรถจากราชพฤกษ์นนท์มาตามถนน 345 ยังไม่ถึงแม็คโครปทุมธานี คุณจะเจอร้านกาแฟเล็กๆ ชื่อว่า Weasel Coffee ที่กลิ่นกาแฟโชยออกมาเหมือนจะเชิญชวนให้เลี้ยวเข้าไปโดยไม่ต้องพึ่ง GPS

    จุดเด่นของร้านนี้ไม่ใช่แค่กาแฟธรรมดา แต่คือ กาแฟขี้ชะมด ของแท้จากเวียดนาม กลิ่นหอมลึก รสละมุน ไม่ติดเปรี้ยว ไม่ขมลิ้น ดื่มแล้วรู้สึกเหมือนโลกหมุนช้าลงนิดๆ เหมาะกับเช้าวันที่อยากพักสมองจากความวุ่นวาย

    ภายในร้านตกแต่งสบายตา มีความอบอุ่นแบบบ้านสวนผสมกลิ่นอายเวียดนามเบาๆ จะมานั่งชิล หรือแวะซื้อกลับก็สะดวก

    ราคา? คุ้มแบบงงๆ เพราะกาแฟขี้ชะมดที่ว่าหายากในเมืองไทย กลับมีขายที่นี่ในราคาหลักร้อยเอง

    ใครควรมาบ้าง?

    คอกาแฟที่อยากลองอะไรใหม่

    คนรักกลิ่นหอมละมุนแต่ไม่หวานเลี่ยน

    หรือแค่ขับรถผ่านแล้วอยากแวะร้านกาแฟที่ชื่อมีคำว่า “ขี้” อย่างมีศิลปะ

    ลองเถอะ แล้วคุณจะรู้ว่า ขี้ชะมดไม่ใช่เรื่องตลก แต่เป็นเรื่องที่ลิ้นคุณจะจดจำ
    จิบกลิ่นขี้ชะมดที่ปทุมฯ – Weasel Coffee ร้านกาแฟที่ชะมดยังต้องเหลียว ขับรถจากราชพฤกษ์นนท์มาตามถนน 345 ยังไม่ถึงแม็คโครปทุมธานี คุณจะเจอร้านกาแฟเล็กๆ ชื่อว่า Weasel Coffee ที่กลิ่นกาแฟโชยออกมาเหมือนจะเชิญชวนให้เลี้ยวเข้าไปโดยไม่ต้องพึ่ง GPS จุดเด่นของร้านนี้ไม่ใช่แค่กาแฟธรรมดา แต่คือ กาแฟขี้ชะมด ของแท้จากเวียดนาม กลิ่นหอมลึก รสละมุน ไม่ติดเปรี้ยว ไม่ขมลิ้น ดื่มแล้วรู้สึกเหมือนโลกหมุนช้าลงนิดๆ เหมาะกับเช้าวันที่อยากพักสมองจากความวุ่นวาย ภายในร้านตกแต่งสบายตา มีความอบอุ่นแบบบ้านสวนผสมกลิ่นอายเวียดนามเบาๆ จะมานั่งชิล หรือแวะซื้อกลับก็สะดวก ราคา? คุ้มแบบงงๆ เพราะกาแฟขี้ชะมดที่ว่าหายากในเมืองไทย กลับมีขายที่นี่ในราคาหลักร้อยเอง ใครควรมาบ้าง? คอกาแฟที่อยากลองอะไรใหม่ คนรักกลิ่นหอมละมุนแต่ไม่หวานเลี่ยน หรือแค่ขับรถผ่านแล้วอยากแวะร้านกาแฟที่ชื่อมีคำว่า “ขี้” อย่างมีศิลปะ ลองเถอะ แล้วคุณจะรู้ว่า ขี้ชะมดไม่ใช่เรื่องตลก แต่เป็นเรื่องที่ลิ้นคุณจะจดจำ 🍃☕
    Like
    2
    0 Комментарии 1 Поделились 4Кб Просмотры
  • นั่งมองถนนทั้งวัน น้องสุกี้
    นั่งมองถนนทั้งวัน น้องสุกี้
    2 Комментарии 0 Поделились 426 Просмотры
  • ก่อนหน้านั้นได้โพสหนังเรื่อง Arthur the King : อาเธอร์ จอมราชา ที่สร้างจากเรื่องจริงเกี่ยวกับ น้องหมาจรจัดที่คอยวิ่งตามเป้นกำลังให้กับนักกีฬาจนประสบความสำเร็จ

    โพสนี้เลยขอนำเสนอเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง ที่เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดหนังเรื่องนี้ขึ้นมาครับ ไปดูกันเลยครับ

    อาร์เธอร์ : สุนัขจรจัดที่ฝ่าเส้นทางวิ่งเทรลหฤโหดจนเข้าเส้นชัย เพียงเพราะตามคนให้อาหาร

    "ผมมาเอกวาดอร์เพื่อคว้าแชมป์โลก แต่ผมได้เพื่อนใหม่กลับไป" มิคาเอล ลินด์นอร์ด กล่าว

    การแข่งขันผจญภัย หรือ Adventure race ถือเป็นหนึ่งในการแข่งขันสุดท้าทาย เพราะไม่เพียงต้องพาตัวเองและทีมเข้าเส้นชัย แต่ยังต้องเอาตัวรอดท่ามกลางสภาพอากาศและภูมิประเทศอันโหดหิน

    อย่างไรก็ดีหลายปีก่อนกลับมีสุนัขจรจัดเข้าร่วมการแข่งขันนี้ด้วยความบังเอิญ แถมยังสามารถเข้าเส้นชัยพร้อมกับมนุษย์ เพียงเพราะตามคนที่ให้อาหารมัน

    ศึกเอาชีวิตรอด
    แม้ว่าชื่อของ Adventure race หรือการแข่งขันผจญภัย อาจจะไม่ได้คุ้นหูชาวไทยมากนัก แต่มันก็เป็นการแข่งขันที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก หลังเริ่มจัดชิงแชมป์โลกมาตั้งแต่ปี 2000

    แต่ละทีมที่มีสมาชิก 2-4 คน จะต้องเดินทางเป็นระยะทางหลายร้อยกิโลเมตรในเส้นทางที่ไม่ปรากฎบนแผนที่ และอาจจะเจอกับสภาพอากาศที่สุดขั้ว ผ่านการปีนเขา เดินป่า ปั่นจักรยาน และพายเรือคายัค

    การแข่งขันอาจจะใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 10 วัน และแต่ละวันผู้เข้าร่วมการแข่งขันอาจจะได้พักกันแค่ชั่วโมงเดียวหรือน้อยกว่านั้น

    แต่ที่สำคัญที่สุดคือพวกเขาจะต้องเกาะกลุ่มกัน แบ่งสรรปันส่วนอาหารและน้ำ และแน่นอนว่าหากใครในทีมได้รับบาดเจ็บก็จะต้องพาไปด้วย เพื่อเข้าเส้นชัยพร้อมกันจึงจะถือว่าจบการแข่งขัน

    ปี 2014 ทีมพีกเพอร์ฟอร์แมนซ์ จากสวีเดน หนึ่งในทีมที่ดีที่สุดของโลก ประกอบไปด้วย มิคาเอล ลินด์นอร์ด, ไซมอน นีมี, คาเรน ลุนเกรนด์ และ สตาฟฟาน บยอคลุนด์ ได้เข้าร่วมการแข่งขันผจญภัยชิงแชมป์โลกที่เอกวาดอร์

    เส้นทางในปีนั้นค่อนข้างยาก เพราะนอกจากระยะทางรวมกว่า 700 กิโลเมตรที่มีตั้งแต่ป่าฝนแบบแอมะซอนไปจนถึงชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกแล้ว พวกเขายังต้องเผชิญกับระดับความสูง 4,500 เมตรของเทือกเขาแอนดีส และสภาพอากาศที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้วถึง 13 โซนทั่วเอกวาดอร์

    "ถ้าคุณอยากจะเก่งที่สุดสำหรับกีฬานี้ คุณจำเป็นจะต้องเจ็บปวด" มิคาเอล ลินด์นอร์ด กล่าวกับ ESPN

    การพานพบที่ไม่ตั้งใจ
    "เป้าหมายของเราคืออันดับ 1 และคว้าแชมป์โลก" มิคาเอล ลินด์นอร์ด กล่าว

    สำหรับ Adventure Racing World Championship ปี 2014 พีกเพอร์ฟอแมนซ์ถือว่าทำผลงานได้ไม่เลว เมื่อพวกเขามาถึงจุดเปลี่ยนกิจกรรมรองสุดท้าย ที่เปลี่ยนจากการปั่นจักรยานมาเป็นเดินป่า ตั้งแต่วันที่ 4 ของการแข่งขัน

    ตอนนั้นพวกเขาตามหลังผู้นำอยู่ไม่กี่ชั่วโมงและยังมีโอกาสที่จะแซงได้ แต่สถานการณ์ก็เปลี่ยนไปเมื่อลินด์นอร์ดไปสะดุดตากับสุนัขจรจัดเนื้อตัวสกปรกตัวหนึ่งระหว่างพักเบรกรอเดินทางไปยังจุดต่อไป

    มันมีสภาพที่ย่ำแย่สุดขีด ตัวเต็มไปด้วยโคลน และมีแผลขนาดใหญ่ที่กลางหลัง พร้อมเลือดที่เกรอะกรังไปทั่วตัว เขาคาดว่ามันน่าจะโดนทำร้ายมา ด้วยความสงสารลินด์นอร์ดจึงแบ่งลูกชิ้นที่ติดตัวมาให้มันกิน

    "ตอนผมกำลังเปิดกล่องอาหาร ตาผมก็เหลือบไปเห็นสุนัขท่าทางสกปรกตัวหนึ่ง" ลินด์นอร์ด กล่าวกับ Aftonbladet สื่อของสวีเดน

    "ผมคิดว่ามันกำลังหิวก็เลยเอาลูกชิ้นให้มัน หลังจากนั้นก็คิดว่าจะไม่ให้แล้ว"

    หลังจากนั้นลินด์นอร์ดและทีมก็ออกเดินทางต่อเพราะฟ้ามืดลงแล้ว แต่เมื่อเขาหยุดพักเพื่อจัดของระหว่างทาง ลินด์นอร์ดก็เห็นเงาตะคุ่ม ๆ อยู่ไกล ๆ ในป่า ก่อนจะรู้ว่ามันคือสุนัขที่เขาเพิ่งให้ลูกชิ้นไป

    "เฮ้ เจ้าหมา แกไม่กลับบ้านเหรอ แกจะเอาไงต่อ จะไปกับเราเหรอ" ลินด์นอร์ด ถามสุนัขตัวนั้น

    แน่นอนว่าลินด์นอร์ดเพียงแค่เย้ามันเล่น เพราะการเอาสุนัขเดินทางไปด้วยไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากทางข้างหน้าล้วนโหดหิน โดยเฉพาะโคลนที่สูงระดับเข่าที่มนุษย์เองบางทียังเอาตัวเองเกือบไม่รอด

    ทว่าสุนัขจรจัดตัวนั้นไม่ได้รับรู้หรือบางทีมันอาจจะไม่สน มันเดินตามลินด์นอร์ดและทีมไปตลอดทางในป่า แถมบางครั้งพวกเขาต้องช่วยกันดึงมันออกมาจากโคลนด้วยซ้ำ

    ไม่นานมันก็สนิทกับทุกคนในทีม และนอกจากมันจะร่วมทางไปด้วยแล้ว มันยังคอยเฝ้าระวังตอนที่ทีมหยุดพัก เช่นตอนที่ ไซมอน นีมี อยู่ในสภาวะขาดน้ำ มันก็นั่งเฝ้าอยู่ตรงนั้นไม่ห่าง

    พวกเขาจึงตัดสินใจให้มันเป็นหนึ่งในสมาชิกของทีม และตั้งชื่อมันว่า อาร์เธอร์ ที่มาจากกษัตริย์อาร์เธอร์ กษัตริย์อังกฤษในตำนาน จากความสง่างามของมัน

    "ผมคิดว่ามันสมควรได้รับชื่อว่าอาร์เธอร์ เหมือนกับราชา" ลินด์นอร์ด อธิบาย

    และนี่เป็นจุดเริ่มต้นของมิตรภาพครั้งสำคัญ

    เข้าเส้นชัยไปพร้อมกัน
    อาร์เธอร์เดินตามลินด์นอร์ดและสมาชิกในทีมจนออกมาจากป่าได้สำเร็จในวันที่ 5 ของการแข่งขัน ในสภาพที่อ่อนแรงทั้งคนและสุนัข พวกเขาเหลืออีกเพียงแค่ด่านเดียวก็จะจบการแข่งขัน

    "อาเธอร์เดิมพันชีวิตของมันไว้กับเรา มันเดิมพันทุกสิ่งทุกอย่างด้วยการไปกับเราในป่า ดังนั้นผมจึงเดิมพันกับมันเหมือนกัน และผมก็โชคดีมากเพราะมันเป็นหมาที่น่ารักที่สุดในโลก" ลินด์นอร์ด กล่าวกับ Daily Mail

    ทว่าเส้นทางของอาร์เธอร์ดูเหมือนจะสิ้นสุดที่ด่านสุดท้าย เมื่อสมาชิกต้องพายเรือเป็นระยะทางกว่า 54.7 กิโลเมตรในเส้นทางที่อันตราย และคาดว่าน่าจะใช้เวลาราว 14 ชั่วโมงกว่าจะถึงเส้นชัย การเอาสุนัขไปด้วยจะเป็นอุปสรรคกับพวกเขามากกว่า

    บวกกับผู้จัดการแข่งขันก็แนะนำให้ทิ้งมันไว้ที่ริมฝั่ง ซึ่งพวกเขาก็เคารพคำแนะนำนั้น ก่อนจะบอกลาเพื่อนสี่ขาด้วยสภาพจำยอม

    "ทีมผู้จัดการแข่งขันให้คำแนะนำว่าไม่ควรเอาอาร์เธอร์ไปด้วยในด่านสุดท้าย หมาในเรือคายัคไม่ได้เป็นไอเดียที่ดี ทีมก็เลยทำตามคำแนะนำ" ทีมพีกเพอร์ฟอร์แมนซ์ ย้อนความหลังใน Facebook อย่างเป็นทางการของทีม

    แต่อาร์เธอร์ก็ไม่ยอม เพราะทันทีที่ทีมออกจากฝั่งมันก็เริ่มเห่า กระโดดลงน้ำ และว่ายมาหาพวกเขา จนทำให้ลินด์นอร์ดทนดูภาพนี้ไม่ไหว ตัดสินใจรับมันขึ้นมาอยู่บนเรือคายัค ท่ามกลางเสียงปรบมือของคนที่อยู่บนฝั่ง

    "เมื่อเราออกตัวผมมองไปที่มันแล้วเริ่มพาย จากนั้นผมก็ได้ยินเสียงน้ำกระเซ็น" ลินด์นอร์ด กล่าวกับ ESPN

    "อาร์เธอร์กระโดดลงมาในน้ำ มันว่ายตามหลังเรามา ชัดเจนว่ามันคือส่วนหนึ่งของเรา การดูแลหมาตัวนี้ยิ่งใหญ่กว่าการได้รับชัยชนะ" บยอคลุนด์ เสริม

    อย่างไรก็ดีการมีสุนัขอยู่บนเรือไม่ใช่เรื่องง่าย พวกเขาต้องหาวิธีพายเพื่อไม่ให้โดนตัวอาร์เธอร์ แถมบางครั้งมันยังพยายามกระโดดลงน้ำและทำให้พวกเขาต้องลงไปช่วย เรียกได้ว่าทุลักทุเลทั้งคนและสัตว์

    "มันขวางทางตลอดเวลาพาย และทำให้เราต้องหาเทคนิคในการพายใหม่ เพื่อไม่ให้โดนมันจนตกน้ำ" ลินด์นอร์ด กล่าวกับ Gear Junkies

    "บางครั้งมันก็กระโดดลงไปในน้ำและว่ายน้ำ แล้วคลานขึ้นมาอีกครั้งด้วยความหนาวจัด ทำให้เราต้องเอาแจ็คเก็ตห่มให้มัน"

    "ครั้งหนึ่งตอนที่เราอยู่ใกล้กับฝั่ง มันกระโดดออกไปและว่ายไปที่ฝั่ง เราคิดว่านี่เป็นครั้งสุดท้ายที่เราจะได้เห็นมัน แต่มันก็วิ่งไปตามถนนแล้วกระโดดลงน้ำว่ายมาหาเรา"

    และหลังจากผ่านเส้นทางอันหฤโหดในวันที่ 6 ของการแข่งขัน พวกเขาก็เข้าเส้นชัยด้วยสมาชิก 5 ชีวิต แทนที่จะเป็น 4 และจบในอันดับ 12 จากผู้เข้าร่วมทั้งหมด 54 ทีม

    แต่การเดินทางของอาร์เธอร์ไม่ได้จบลงแค่นี้


    มิตรภาพบริสุทธิ์
    "เขารู้สึกอะไรบางอย่างกับอาร์เธอร์และคิดว่าปล่อยมันไว้ไม่ได้ เขาแค่อยากจะช่วยเพื่อนของเขา" เฮเลนา ลินด์นอร์ด ภรรยาของมิคาเอล บอกกับ ESPN

    หลังการแข่งขันลินด์นอร์ดรู้สึกว่าเขาจะทิ้งอาร์เธอร์ไว้ไม่ได้และอยากจะพามันกลับไปสวีเดนด้วย แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องใช้เงินไม่น้อยในการขนสัตว์เลี้ยงข้ามทวีป รวมไปถึงต้องรักษาบาดแผลของมันก่อน

    "ผมรู้ทันทีเลยว่าผมอยากพามันกลับบ้านไปอยู่กับครอบครัวของผม และให้มันได้มีชีวิตอย่างที่ควรจะเป็น" ลินด์นอร์ด กล่าวกับ Daily Mail

    ลินด์นอร์ดจึงเล่าเรื่องนี้ผ่านทวิตเตอร์ แล้วเปิดรับบริจาคผ่านบัญชี Paypal จนทำให้ชื่อของอาร์เธอร์โด่งดังไปทั่วโลก ก่อนที่เขาจะได้รับความช่วยเหลือจากผู้คนมากมาย รวมถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการสังคมของเอกวาดอร์ และคณะกรรมการเกษตรสวีเดน ที่อนุญาตให้พาเพื่อนใหม่ของเขาไปสวีเดนได้

    หลังจากเข้ารับการรักษาจากสัตวแพทย์และกักตัวครบ 120 วัน มีนาคม 2015 อาร์เธอร์ก็เดินทางจากเอกวาดอร์ไปอยู่กับครอบครัวของลินด์นอร์ดในเมือง Örnsköldsvik ทางตอนกลางของสวีเดน

    "มันรู้สึกแฮปปี้ที่อยู่กับเรา ตอนที่เรามารับมัน มันกระโดดไปรอบ ๆ จุ๊บเราและนอนลงเพื่อให้เราเกาท้อง มันทักทายทุกคนที่พบระหว่างวัน" ลินด์นอร์ด กล่าวกับ MailOnline

    "เรารอวันนี้มานาน และตอนนี้มันก็อยู่ที่นี่ มันเป็นวันที่ยิ่งใหญ่สำหรับครอบครัวของเรา และเป็นวันที่ดีกว่าเดิมสำหรับอาร์เธอร์"

    อาร์เธอร์ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับครอบครัวใหม่ ได้ออกไปเที่ยวหลากหลาย ก่อนจะจากโลกนี้ไปอย่างสงบในปี 2020 ด้วยอายุราว 12 ปี

    ทว่าเรื่องราวของอาร์เธอร์ยังคงถูกเล่าขาน ผ่านทั้งหนังสือของลินด์นอร์ดที่มีชื่อว่า The Dog who Crossed the Jungle to Find a Home ในปี 2016 ไปจนถึงสารคดีมากมายก่อนมันเสียชีวิต

    นอกจากนี้อาร์เธอร์ยังเป็นแรงบันดาลใจให้ทีมพีกเพอร์ฟอร์แมนซ์ก่อตั้งมูลนิธิการกุศลเพื่อช่วยเหลือสุนัขข้างถนน รวมถึงโครงการ "สุนัขชุมชน" ที่จะจัดหาสัตวแพทย์ไปคอยดูแลสุนัขที่ไม่มีเจ้าของ

    แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือจิตใจที่ไม่ยอมแพ้ของอาร์เธอร์ที่ทำให้มันได้รับชีวิตใหม่ และได้เจอกับครอบครัวที่รักมัน … ตราบจนวันสุดท้ายของชีวิต

    "มันเป็นนักสู้เหมือนกับผมที่ไม่เคยยอมแพ้ ผมมองเห็นสิ่งนั้นในป่าตอนที่มันตามเรามา" ลินด์นอร์ด ทิ้งท้าย

    Cr. https://mainstand.co.th/th/features/6/article/3276

    #dog
    ก่อนหน้านั้นได้โพสหนังเรื่อง Arthur the King : อาเธอร์ จอมราชา ที่สร้างจากเรื่องจริงเกี่ยวกับ น้องหมาจรจัดที่คอยวิ่งตามเป้นกำลังให้กับนักกีฬาจนประสบความสำเร็จ โพสนี้เลยขอนำเสนอเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง ที่เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดหนังเรื่องนี้ขึ้นมาครับ ไปดูกันเลยครับ อาร์เธอร์ : สุนัขจรจัดที่ฝ่าเส้นทางวิ่งเทรลหฤโหดจนเข้าเส้นชัย เพียงเพราะตามคนให้อาหาร "ผมมาเอกวาดอร์เพื่อคว้าแชมป์โลก แต่ผมได้เพื่อนใหม่กลับไป" มิคาเอล ลินด์นอร์ด กล่าว การแข่งขันผจญภัย หรือ Adventure race ถือเป็นหนึ่งในการแข่งขันสุดท้าทาย เพราะไม่เพียงต้องพาตัวเองและทีมเข้าเส้นชัย แต่ยังต้องเอาตัวรอดท่ามกลางสภาพอากาศและภูมิประเทศอันโหดหิน อย่างไรก็ดีหลายปีก่อนกลับมีสุนัขจรจัดเข้าร่วมการแข่งขันนี้ด้วยความบังเอิญ แถมยังสามารถเข้าเส้นชัยพร้อมกับมนุษย์ เพียงเพราะตามคนที่ให้อาหารมัน ศึกเอาชีวิตรอด แม้ว่าชื่อของ Adventure race หรือการแข่งขันผจญภัย อาจจะไม่ได้คุ้นหูชาวไทยมากนัก แต่มันก็เป็นการแข่งขันที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก หลังเริ่มจัดชิงแชมป์โลกมาตั้งแต่ปี 2000 แต่ละทีมที่มีสมาชิก 2-4 คน จะต้องเดินทางเป็นระยะทางหลายร้อยกิโลเมตรในเส้นทางที่ไม่ปรากฎบนแผนที่ และอาจจะเจอกับสภาพอากาศที่สุดขั้ว ผ่านการปีนเขา เดินป่า ปั่นจักรยาน และพายเรือคายัค การแข่งขันอาจจะใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 10 วัน และแต่ละวันผู้เข้าร่วมการแข่งขันอาจจะได้พักกันแค่ชั่วโมงเดียวหรือน้อยกว่านั้น แต่ที่สำคัญที่สุดคือพวกเขาจะต้องเกาะกลุ่มกัน แบ่งสรรปันส่วนอาหารและน้ำ และแน่นอนว่าหากใครในทีมได้รับบาดเจ็บก็จะต้องพาไปด้วย เพื่อเข้าเส้นชัยพร้อมกันจึงจะถือว่าจบการแข่งขัน ปี 2014 ทีมพีกเพอร์ฟอร์แมนซ์ จากสวีเดน หนึ่งในทีมที่ดีที่สุดของโลก ประกอบไปด้วย มิคาเอล ลินด์นอร์ด, ไซมอน นีมี, คาเรน ลุนเกรนด์ และ สตาฟฟาน บยอคลุนด์ ได้เข้าร่วมการแข่งขันผจญภัยชิงแชมป์โลกที่เอกวาดอร์ เส้นทางในปีนั้นค่อนข้างยาก เพราะนอกจากระยะทางรวมกว่า 700 กิโลเมตรที่มีตั้งแต่ป่าฝนแบบแอมะซอนไปจนถึงชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกแล้ว พวกเขายังต้องเผชิญกับระดับความสูง 4,500 เมตรของเทือกเขาแอนดีส และสภาพอากาศที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้วถึง 13 โซนทั่วเอกวาดอร์ "ถ้าคุณอยากจะเก่งที่สุดสำหรับกีฬานี้ คุณจำเป็นจะต้องเจ็บปวด" มิคาเอล ลินด์นอร์ด กล่าวกับ ESPN การพานพบที่ไม่ตั้งใจ "เป้าหมายของเราคืออันดับ 1 และคว้าแชมป์โลก" มิคาเอล ลินด์นอร์ด กล่าว สำหรับ Adventure Racing World Championship ปี 2014 พีกเพอร์ฟอแมนซ์ถือว่าทำผลงานได้ไม่เลว เมื่อพวกเขามาถึงจุดเปลี่ยนกิจกรรมรองสุดท้าย ที่เปลี่ยนจากการปั่นจักรยานมาเป็นเดินป่า ตั้งแต่วันที่ 4 ของการแข่งขัน ตอนนั้นพวกเขาตามหลังผู้นำอยู่ไม่กี่ชั่วโมงและยังมีโอกาสที่จะแซงได้ แต่สถานการณ์ก็เปลี่ยนไปเมื่อลินด์นอร์ดไปสะดุดตากับสุนัขจรจัดเนื้อตัวสกปรกตัวหนึ่งระหว่างพักเบรกรอเดินทางไปยังจุดต่อไป มันมีสภาพที่ย่ำแย่สุดขีด ตัวเต็มไปด้วยโคลน และมีแผลขนาดใหญ่ที่กลางหลัง พร้อมเลือดที่เกรอะกรังไปทั่วตัว เขาคาดว่ามันน่าจะโดนทำร้ายมา ด้วยความสงสารลินด์นอร์ดจึงแบ่งลูกชิ้นที่ติดตัวมาให้มันกิน "ตอนผมกำลังเปิดกล่องอาหาร ตาผมก็เหลือบไปเห็นสุนัขท่าทางสกปรกตัวหนึ่ง" ลินด์นอร์ด กล่าวกับ Aftonbladet สื่อของสวีเดน "ผมคิดว่ามันกำลังหิวก็เลยเอาลูกชิ้นให้มัน หลังจากนั้นก็คิดว่าจะไม่ให้แล้ว" หลังจากนั้นลินด์นอร์ดและทีมก็ออกเดินทางต่อเพราะฟ้ามืดลงแล้ว แต่เมื่อเขาหยุดพักเพื่อจัดของระหว่างทาง ลินด์นอร์ดก็เห็นเงาตะคุ่ม ๆ อยู่ไกล ๆ ในป่า ก่อนจะรู้ว่ามันคือสุนัขที่เขาเพิ่งให้ลูกชิ้นไป "เฮ้ เจ้าหมา แกไม่กลับบ้านเหรอ แกจะเอาไงต่อ จะไปกับเราเหรอ" ลินด์นอร์ด ถามสุนัขตัวนั้น แน่นอนว่าลินด์นอร์ดเพียงแค่เย้ามันเล่น เพราะการเอาสุนัขเดินทางไปด้วยไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากทางข้างหน้าล้วนโหดหิน โดยเฉพาะโคลนที่สูงระดับเข่าที่มนุษย์เองบางทียังเอาตัวเองเกือบไม่รอด ทว่าสุนัขจรจัดตัวนั้นไม่ได้รับรู้หรือบางทีมันอาจจะไม่สน มันเดินตามลินด์นอร์ดและทีมไปตลอดทางในป่า แถมบางครั้งพวกเขาต้องช่วยกันดึงมันออกมาจากโคลนด้วยซ้ำ ไม่นานมันก็สนิทกับทุกคนในทีม และนอกจากมันจะร่วมทางไปด้วยแล้ว มันยังคอยเฝ้าระวังตอนที่ทีมหยุดพัก เช่นตอนที่ ไซมอน นีมี อยู่ในสภาวะขาดน้ำ มันก็นั่งเฝ้าอยู่ตรงนั้นไม่ห่าง พวกเขาจึงตัดสินใจให้มันเป็นหนึ่งในสมาชิกของทีม และตั้งชื่อมันว่า อาร์เธอร์ ที่มาจากกษัตริย์อาร์เธอร์ กษัตริย์อังกฤษในตำนาน จากความสง่างามของมัน "ผมคิดว่ามันสมควรได้รับชื่อว่าอาร์เธอร์ เหมือนกับราชา" ลินด์นอร์ด อธิบาย และนี่เป็นจุดเริ่มต้นของมิตรภาพครั้งสำคัญ เข้าเส้นชัยไปพร้อมกัน อาร์เธอร์เดินตามลินด์นอร์ดและสมาชิกในทีมจนออกมาจากป่าได้สำเร็จในวันที่ 5 ของการแข่งขัน ในสภาพที่อ่อนแรงทั้งคนและสุนัข พวกเขาเหลืออีกเพียงแค่ด่านเดียวก็จะจบการแข่งขัน "อาเธอร์เดิมพันชีวิตของมันไว้กับเรา มันเดิมพันทุกสิ่งทุกอย่างด้วยการไปกับเราในป่า ดังนั้นผมจึงเดิมพันกับมันเหมือนกัน และผมก็โชคดีมากเพราะมันเป็นหมาที่น่ารักที่สุดในโลก" ลินด์นอร์ด กล่าวกับ Daily Mail ทว่าเส้นทางของอาร์เธอร์ดูเหมือนจะสิ้นสุดที่ด่านสุดท้าย เมื่อสมาชิกต้องพายเรือเป็นระยะทางกว่า 54.7 กิโลเมตรในเส้นทางที่อันตราย และคาดว่าน่าจะใช้เวลาราว 14 ชั่วโมงกว่าจะถึงเส้นชัย การเอาสุนัขไปด้วยจะเป็นอุปสรรคกับพวกเขามากกว่า บวกกับผู้จัดการแข่งขันก็แนะนำให้ทิ้งมันไว้ที่ริมฝั่ง ซึ่งพวกเขาก็เคารพคำแนะนำนั้น ก่อนจะบอกลาเพื่อนสี่ขาด้วยสภาพจำยอม "ทีมผู้จัดการแข่งขันให้คำแนะนำว่าไม่ควรเอาอาร์เธอร์ไปด้วยในด่านสุดท้าย หมาในเรือคายัคไม่ได้เป็นไอเดียที่ดี ทีมก็เลยทำตามคำแนะนำ" ทีมพีกเพอร์ฟอร์แมนซ์ ย้อนความหลังใน Facebook อย่างเป็นทางการของทีม แต่อาร์เธอร์ก็ไม่ยอม เพราะทันทีที่ทีมออกจากฝั่งมันก็เริ่มเห่า กระโดดลงน้ำ และว่ายมาหาพวกเขา จนทำให้ลินด์นอร์ดทนดูภาพนี้ไม่ไหว ตัดสินใจรับมันขึ้นมาอยู่บนเรือคายัค ท่ามกลางเสียงปรบมือของคนที่อยู่บนฝั่ง "เมื่อเราออกตัวผมมองไปที่มันแล้วเริ่มพาย จากนั้นผมก็ได้ยินเสียงน้ำกระเซ็น" ลินด์นอร์ด กล่าวกับ ESPN "อาร์เธอร์กระโดดลงมาในน้ำ มันว่ายตามหลังเรามา ชัดเจนว่ามันคือส่วนหนึ่งของเรา การดูแลหมาตัวนี้ยิ่งใหญ่กว่าการได้รับชัยชนะ" บยอคลุนด์ เสริม อย่างไรก็ดีการมีสุนัขอยู่บนเรือไม่ใช่เรื่องง่าย พวกเขาต้องหาวิธีพายเพื่อไม่ให้โดนตัวอาร์เธอร์ แถมบางครั้งมันยังพยายามกระโดดลงน้ำและทำให้พวกเขาต้องลงไปช่วย เรียกได้ว่าทุลักทุเลทั้งคนและสัตว์ "มันขวางทางตลอดเวลาพาย และทำให้เราต้องหาเทคนิคในการพายใหม่ เพื่อไม่ให้โดนมันจนตกน้ำ" ลินด์นอร์ด กล่าวกับ Gear Junkies "บางครั้งมันก็กระโดดลงไปในน้ำและว่ายน้ำ แล้วคลานขึ้นมาอีกครั้งด้วยความหนาวจัด ทำให้เราต้องเอาแจ็คเก็ตห่มให้มัน" "ครั้งหนึ่งตอนที่เราอยู่ใกล้กับฝั่ง มันกระโดดออกไปและว่ายไปที่ฝั่ง เราคิดว่านี่เป็นครั้งสุดท้ายที่เราจะได้เห็นมัน แต่มันก็วิ่งไปตามถนนแล้วกระโดดลงน้ำว่ายมาหาเรา" และหลังจากผ่านเส้นทางอันหฤโหดในวันที่ 6 ของการแข่งขัน พวกเขาก็เข้าเส้นชัยด้วยสมาชิก 5 ชีวิต แทนที่จะเป็น 4 และจบในอันดับ 12 จากผู้เข้าร่วมทั้งหมด 54 ทีม แต่การเดินทางของอาร์เธอร์ไม่ได้จบลงแค่นี้ มิตรภาพบริสุทธิ์ "เขารู้สึกอะไรบางอย่างกับอาร์เธอร์และคิดว่าปล่อยมันไว้ไม่ได้ เขาแค่อยากจะช่วยเพื่อนของเขา" เฮเลนา ลินด์นอร์ด ภรรยาของมิคาเอล บอกกับ ESPN หลังการแข่งขันลินด์นอร์ดรู้สึกว่าเขาจะทิ้งอาร์เธอร์ไว้ไม่ได้และอยากจะพามันกลับไปสวีเดนด้วย แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องใช้เงินไม่น้อยในการขนสัตว์เลี้ยงข้ามทวีป รวมไปถึงต้องรักษาบาดแผลของมันก่อน "ผมรู้ทันทีเลยว่าผมอยากพามันกลับบ้านไปอยู่กับครอบครัวของผม และให้มันได้มีชีวิตอย่างที่ควรจะเป็น" ลินด์นอร์ด กล่าวกับ Daily Mail ลินด์นอร์ดจึงเล่าเรื่องนี้ผ่านทวิตเตอร์ แล้วเปิดรับบริจาคผ่านบัญชี Paypal จนทำให้ชื่อของอาร์เธอร์โด่งดังไปทั่วโลก ก่อนที่เขาจะได้รับความช่วยเหลือจากผู้คนมากมาย รวมถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการสังคมของเอกวาดอร์ และคณะกรรมการเกษตรสวีเดน ที่อนุญาตให้พาเพื่อนใหม่ของเขาไปสวีเดนได้ หลังจากเข้ารับการรักษาจากสัตวแพทย์และกักตัวครบ 120 วัน มีนาคม 2015 อาร์เธอร์ก็เดินทางจากเอกวาดอร์ไปอยู่กับครอบครัวของลินด์นอร์ดในเมือง Örnsköldsvik ทางตอนกลางของสวีเดน "มันรู้สึกแฮปปี้ที่อยู่กับเรา ตอนที่เรามารับมัน มันกระโดดไปรอบ ๆ จุ๊บเราและนอนลงเพื่อให้เราเกาท้อง มันทักทายทุกคนที่พบระหว่างวัน" ลินด์นอร์ด กล่าวกับ MailOnline "เรารอวันนี้มานาน และตอนนี้มันก็อยู่ที่นี่ มันเป็นวันที่ยิ่งใหญ่สำหรับครอบครัวของเรา และเป็นวันที่ดีกว่าเดิมสำหรับอาร์เธอร์" อาร์เธอร์ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับครอบครัวใหม่ ได้ออกไปเที่ยวหลากหลาย ก่อนจะจากโลกนี้ไปอย่างสงบในปี 2020 ด้วยอายุราว 12 ปี ทว่าเรื่องราวของอาร์เธอร์ยังคงถูกเล่าขาน ผ่านทั้งหนังสือของลินด์นอร์ดที่มีชื่อว่า The Dog who Crossed the Jungle to Find a Home ในปี 2016 ไปจนถึงสารคดีมากมายก่อนมันเสียชีวิต นอกจากนี้อาร์เธอร์ยังเป็นแรงบันดาลใจให้ทีมพีกเพอร์ฟอร์แมนซ์ก่อตั้งมูลนิธิการกุศลเพื่อช่วยเหลือสุนัขข้างถนน รวมถึงโครงการ "สุนัขชุมชน" ที่จะจัดหาสัตวแพทย์ไปคอยดูแลสุนัขที่ไม่มีเจ้าของ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือจิตใจที่ไม่ยอมแพ้ของอาร์เธอร์ที่ทำให้มันได้รับชีวิตใหม่ และได้เจอกับครอบครัวที่รักมัน … ตราบจนวันสุดท้ายของชีวิต "มันเป็นนักสู้เหมือนกับผมที่ไม่เคยยอมแพ้ ผมมองเห็นสิ่งนั้นในป่าตอนที่มันตามเรามา" ลินด์นอร์ด ทิ้งท้าย Cr. https://mainstand.co.th/th/features/6/article/3276 #dog
    Love
    Yay
    5
    15 Комментарии 0 Поделились 2Кб Просмотры
  • ถนนดำ ถนนใหม่
    #ถนน #ถนนใหม
    😋 ถนนดำ ถนนใหม่ #ถนน #ถนนใหม่
    Love
    2
    0 Комментарии 0 Поделились 495 Просмотры
  • ตลาดสดธนบุรี ถนนพระบรม มีแต่ของอร่อย หมึกกรุบของดี มากันเยอะะๆนะ
    ตลาดสดธนบุรี ถนนพระบรม มีแต่ของอร่อย หมึกกรุบของดี มากันเยอะะๆนะ
    Like
    1
    0 Комментарии 0 Поделились 2Кб Просмотры 93
Спонсоры

blackdvmnetwork

in a Safe Space for Black Veterinarians, Technicians, & Assistants