• โคมติดผนังสีสันสดใสที่มีหัวใจสีส้ม ทำให้เรารู้สึกเหมือนอยู่ในร้านขนมหวานที่มีสไตล์อย่างแรง ถึงจะดูน่ารัก แต่ก็อาจเป็นการส่งสัญญาณว่า "ชีวิตของฉันก็งั้นๆ" ก็ได้ #โคม #ของตกแต่ง #สีสันสดใส
    โคมติดผนังสีสันสดใสที่มีหัวใจสีส้ม ทำให้เรารู้สึกเหมือนอยู่ในร้านขนมหวานที่มีสไตล์อย่างแรง ถึงจะดูน่ารัก แต่ก็อาจเป็นการส่งสัญญาณว่า "ชีวิตของฉันก็งั้นๆ" ก็ได้ #โคม #ของตกแต่ง #สีสันสดใส
    0 Reacties 0 aandelen 292 Views
  • เมื่อมองดูแกะที่ยืนอยู่กันเป็นกลุ่ม มีความน่ารักและสงบเสงี่ยมมากๆ แกะมักจะแสดงพฤติกรรมที่ช่วยให้พวกเขาอยู่ร่วมกันได้ดีในฝูง หนึ่งในสิ่งที่น่าสนใจคือพวกเขาจะใช้การขยับหูและเสียงเพื่อสื่อสารกัน โดยเฉพาะเมื่ออยู่ไกลจากกัน การเข้าใจภาษากายของแกะจะทำให้เรารู้ว่าพวกเขากำลังสบายดีหรือตื่นตระหนก พยายามให้คำแนะนำว่าควรให้พื้นที่เพียงพอแก่พวกเขาในขณะที่พวกเขาสื่อสารกัน เพื่อให้เกิดความสงบเงียบในฝูงแกะ

    #พฤติกรรมแกะ #ภาษากายสัตว์เลี้ยง #สัตว์เลี้ยงในฟาร์ม
    เมื่อมองดูแกะที่ยืนอยู่กันเป็นกลุ่ม มีความน่ารักและสงบเสงี่ยมมากๆ แกะมักจะแสดงพฤติกรรมที่ช่วยให้พวกเขาอยู่ร่วมกันได้ดีในฝูง หนึ่งในสิ่งที่น่าสนใจคือพวกเขาจะใช้การขยับหูและเสียงเพื่อสื่อสารกัน โดยเฉพาะเมื่ออยู่ไกลจากกัน การเข้าใจภาษากายของแกะจะทำให้เรารู้ว่าพวกเขากำลังสบายดีหรือตื่นตระหนก พยายามให้คำแนะนำว่าควรให้พื้นที่เพียงพอแก่พวกเขาในขณะที่พวกเขาสื่อสารกัน เพื่อให้เกิดความสงบเงียบในฝูงแกะ #พฤติกรรมแกะ #ภาษากายสัตว์เลี้ยง #สัตว์เลี้ยงในฟาร์ม
    0 Reacties 0 aandelen 567 Views
  • คนเราส่วนใหญ่มักจะบอกว่า “สุนัขเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของมนุษย์” แล้วรู้หรือไม่ว่าข้อดีของการเลี้ยงหมามีมากมายขนาดไหน? ไม่เพียงแค่ความน่ารักแสนซน แต่ยังส่งผลดีหลาย ๆ อย่างต่อเจ้าของโดยที่คุณไม่คาดคิดอีกด้วย พร้อมทริควิธีเลี้ยงหมาในบ้าน เรามาดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง?

    สนใจอ่านแค่บางเรื่อง ก็เลือกได้เลย!
    7 ข้อดีของการเลี้ยงเจ้าตัวขนฟู ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน
    เลี้ยงหมาช่วยบำบัดจิตใจให้มีความสุข
    เลี้ยงหมาช่วยลดความเครียดและเพิ่มสมาธิ
    เลี้ยงหมาช่วยกระตุ้นการออกกำลังกาย
    น้องหมาเป็นเพื่อนแท้ที่รักเรา แถมพาเข้าสังคม
    เลี้ยงหมาช่วยเฝ้าบ้านและดูแลความปลอดภัยของบ้าน
    เลี้ยงหมาช่วยงานบ้าน
    เลี้ยงหมาช่วยทำให้คุณรู้สึกมีคุณค่า และมีกำลังใจ
    วิธีเลี้ยงหมาในบ้านให้เป็นกู๊ดบอย-กู๊ดเกิร์ล
    1. เลี้ยงหมาช่วยบำบัดจิตใจให้มีความสุข
    เวลาที่เราเหนื่อยหรือไม่สบายใจ เห็นแววตาและรอยยิ้มของเจ้าตัวขนฟูน้อย ๆ ก็ทำให้ความเครียดหายไปในพริบตา เพราะการเลี้ยงหมาแล้วใช้เวลาร่วมกับสุนัขจะช่วยลดฮอร์โมนความเครียด กระตุ้นการหลั่งสารแห่งความสุข เช่น ออกซิโทซินและเซโรโทนิน ที่ช่วยให้เรารู้สึกผ่อนคลายและมีความสุขมากขึ้น

    7 สิ่งพิเศษที่น้องหมามอบให้คุณ โดยที่คุณไม่คาดคิด | รู้ใจ ประกันออนไลน์
    2. เลี้ยงหมาช่วยลดความเครียดและเพิ่มสมาธิ
    ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัย Konkuk ในประเทศเกาหลีใต้ พบว่า การมีปฏิสัมพันธ์กับน้องหมาอาจเป็นวิธีที่ดีในการช่วยบรรเทาความเครียดและเพิ่มสมาธิ โดยผลวิจัยพบว่า

    ผู้เข้าร่วมรู้สึกง่วงนอนและซึมเศร้าน้อยลงขณะทำกิจกรรมกับน้องหมา
    การให้อาหาร การนวด และการกอดน้องหมา ส่งผลให้อารมณ์ดีขึ้นและระดับความเครียดลดลง
    ขณะทำกิจกรรมกับน้องหมา เช่น การนวด การแปรงขน และการเล่น ค่าคลื่นสมอง Beta ซึ่งเกี่ยวข้องกับความสนใจและสมาธิ มีค่าเพิ่มขึ้น โดยจะมากขึ้นตามระดับของการสัมผัสกับน้องหมา
    พูดง่าย ๆ คือ น้องหมาเป็นเพื่อนที่ดีที่สุด เพราะไม่เพียงแต่จะเป็นเพื่อนที่ซื่อสัตย์และเข้าใจคุณ แต่ยังช่วยลดความเครียดและเพิ่มสมาธิได้อีกด้วย (ที่มา: euronews.com)

    3. เลี้ยงหมาช่วยกระตุ้นการออกกำลังกาย
    สุนัขเป็นเพื่อนออกกำลังกายที่ดีเยี่ยม เพราะเราจะต้องพาพวกมันออกไปเดินเล่นหรือวิ่งเล่นอยู่เป็นประจำ ซึ่งนอกจากจะช่วยให้เจ้าตัวขนฟูน้อยแข็งแรงแล้ว ยังส่งผลดีต่อสุขภาพของคนเลี้ยงหมาอีกด้วย ทำให้หัวใจแข็งแรงและมีความดันโลหิตที่เหมาะสม สำหรับคนเลี้ยงหมาที่อาจเล่นกับน้องแรงไปสักหน่อย อาจพลาดถูกหมากัดได้ จุดนี้หากมีประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลที่รู้ใจ คุ้มครองหมากัด และค่ารักษาพยาบาลต่อเนื่อง เบี้ยเริ่มต้นแค่ 61 บาทต่อปี เช็คราคาฟรีไม่ต้องใส่เบอร์โทร นอกจจากมีประกันภัยแล้ว อย่าลืมพาน้องหมาไปฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้าซ้ำทุกปีเพื่อตัวสุนัขเองด้วย

    4. น้องหมาเป็นเพื่อนแท้ที่รักเรา แถมพาเข้าสังคม
    รู้มั้ยว่าเพื่อนแท้ใกล้ตัว คือเจ้าสี่ขาที่บ้านนี่แหละ น้องจะคอยเคียงข้างเราเสมอ ตามไปทุกที่ ยิ่งหากคุณเลี้ยงหมาในบ้านไม่ว่าจะห้องน้ำ ห้องครัว ห้องนอน หรือตอนขับรถเที่ยวกับหมา สายตาของน้องจะจับจ้องเราอยู่แทบตลอด และคอยต้อนรับด้วยความดีใจเมื่อเรากลับบ้านเสมอ เวลาทุกข์ท้อใจก็กอดได้ แถมบ่นแล้วไม่เเถียงด้วยนะ

    นอกจากนั้นการที่สุนัขเป็นสัตว์ที่ชอบมีปฏิสัมพันธ์กับคน จึงเป็นตัวช่วยในการทำให้เราเข้าสังคมคนเลี้ยงหมาด้วยกันได้ง่ายขึ้น เพราะพวกมันจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการสร้างความคุ้นเคยและเป็นเพื่อนคุยกับคนแปลกหน้า

    พลาดถูกน้องหมากัด ประกันอุบัติเหตุก็คุ้มครอง | รู้ใจ
    5. เลี้ยงหมาช่วยเฝ้าบ้านและดูแลความปลอดภัยของบ้าน
    สุนัขมีประสาทสัมผัสที่ไวกว่าคน จึงสามารถรับรู้อันตรายได้เร็วกว่า เช่น เมื่อเกิดไฟไหม้หรือภัยพิบัติทางธรรมชาติ นอกจากนี้ ยังมีสุนัขบางตัวที่ได้รับการฝึกเป็นสุนัขเฝ้าบ้านเพื่อช่วยปกป้องเจ้าของจากอันตรายอีกด้วย

    6. เลี้ยงหมาช่วยงานบ้าน
    เรื่องนี้อาจดูเป็นไปได้ยากสักหน่อย แต่หากฝึกดี ๆ น้องหมาสามารถช่วยงานบ้านง่าย ๆ ได้จริง เช่น ไปรับพัสดุจากหน้าบ้านให้คุณ ปิด-เปิดพัดลม คาบถุงขยะไปทิ้ง ช่วยขุดดินเพื่อปลูกต้นไม้ เป็นต้น บอกเลยว่าวันไหนขี้เกียจ เจ้าสี่ขาเพื่อนรักนี่แหละที่จะช่วยผ่อนแรงในการทำงานบ้าน-งานช่างต่าง ๆ

    เทคนิคและวิธีการเลี้ยงหมาในบ้าน | รู้ใจ ประกันออนไลน์
    7. เลี้ยงหมาช่วยทำให้คุณรู้สึกมีคุณค่า และมีกำลังใจ
    คนเลี้ยงหมาจะเข้าใจถึงข้อนี้ดีเลย เพราะสุนัขจะให้ความรักและความผูกพันแบบไม่มีเงื่อนไข ทำให้เรารู้สึกมีคุณค่าและมีกำลังใจในการดำเนินชีวิตต่อไป เพราะต้องทำงานหาเงินมาซื้ออุปกรณ์เลี้ยงหมา ทั้งแชมพู อาหารหลัก อาหารเสริม เสื้อผ้า ไปจนถึงของเล่น ค่ารักษา บอกเลยว่าแทบไม่มีเวลาท้อเลย หันมาสบตากันทีมนุษย์อย่างเรา ๆ ก็พร้อมออกไปหาเงินกันแล้ว
    คนเราส่วนใหญ่มักจะบอกว่า “สุนัขเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของมนุษย์” แล้วรู้หรือไม่ว่าข้อดีของการเลี้ยงหมามีมากมายขนาดไหน? ไม่เพียงแค่ความน่ารักแสนซน แต่ยังส่งผลดีหลาย ๆ อย่างต่อเจ้าของโดยที่คุณไม่คาดคิดอีกด้วย พร้อมทริควิธีเลี้ยงหมาในบ้าน เรามาดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง? สนใจอ่านแค่บางเรื่อง ก็เลือกได้เลย! 7 ข้อดีของการเลี้ยงเจ้าตัวขนฟู ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน เลี้ยงหมาช่วยบำบัดจิตใจให้มีความสุข เลี้ยงหมาช่วยลดความเครียดและเพิ่มสมาธิ เลี้ยงหมาช่วยกระตุ้นการออกกำลังกาย น้องหมาเป็นเพื่อนแท้ที่รักเรา แถมพาเข้าสังคม เลี้ยงหมาช่วยเฝ้าบ้านและดูแลความปลอดภัยของบ้าน เลี้ยงหมาช่วยงานบ้าน เลี้ยงหมาช่วยทำให้คุณรู้สึกมีคุณค่า และมีกำลังใจ วิธีเลี้ยงหมาในบ้านให้เป็นกู๊ดบอย-กู๊ดเกิร์ล 1. เลี้ยงหมาช่วยบำบัดจิตใจให้มีความสุข เวลาที่เราเหนื่อยหรือไม่สบายใจ เห็นแววตาและรอยยิ้มของเจ้าตัวขนฟูน้อย ๆ ก็ทำให้ความเครียดหายไปในพริบตา เพราะการเลี้ยงหมาแล้วใช้เวลาร่วมกับสุนัขจะช่วยลดฮอร์โมนความเครียด กระตุ้นการหลั่งสารแห่งความสุข เช่น ออกซิโทซินและเซโรโทนิน ที่ช่วยให้เรารู้สึกผ่อนคลายและมีความสุขมากขึ้น 7 สิ่งพิเศษที่น้องหมามอบให้คุณ โดยที่คุณไม่คาดคิด | รู้ใจ ประกันออนไลน์ 2. เลี้ยงหมาช่วยลดความเครียดและเพิ่มสมาธิ ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัย Konkuk ในประเทศเกาหลีใต้ พบว่า การมีปฏิสัมพันธ์กับน้องหมาอาจเป็นวิธีที่ดีในการช่วยบรรเทาความเครียดและเพิ่มสมาธิ โดยผลวิจัยพบว่า ผู้เข้าร่วมรู้สึกง่วงนอนและซึมเศร้าน้อยลงขณะทำกิจกรรมกับน้องหมา การให้อาหาร การนวด และการกอดน้องหมา ส่งผลให้อารมณ์ดีขึ้นและระดับความเครียดลดลง ขณะทำกิจกรรมกับน้องหมา เช่น การนวด การแปรงขน และการเล่น ค่าคลื่นสมอง Beta ซึ่งเกี่ยวข้องกับความสนใจและสมาธิ มีค่าเพิ่มขึ้น โดยจะมากขึ้นตามระดับของการสัมผัสกับน้องหมา พูดง่าย ๆ คือ น้องหมาเป็นเพื่อนที่ดีที่สุด เพราะไม่เพียงแต่จะเป็นเพื่อนที่ซื่อสัตย์และเข้าใจคุณ แต่ยังช่วยลดความเครียดและเพิ่มสมาธิได้อีกด้วย (ที่มา: euronews.com) 3. เลี้ยงหมาช่วยกระตุ้นการออกกำลังกาย สุนัขเป็นเพื่อนออกกำลังกายที่ดีเยี่ยม เพราะเราจะต้องพาพวกมันออกไปเดินเล่นหรือวิ่งเล่นอยู่เป็นประจำ ซึ่งนอกจากจะช่วยให้เจ้าตัวขนฟูน้อยแข็งแรงแล้ว ยังส่งผลดีต่อสุขภาพของคนเลี้ยงหมาอีกด้วย ทำให้หัวใจแข็งแรงและมีความดันโลหิตที่เหมาะสม สำหรับคนเลี้ยงหมาที่อาจเล่นกับน้องแรงไปสักหน่อย อาจพลาดถูกหมากัดได้ จุดนี้หากมีประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลที่รู้ใจ คุ้มครองหมากัด และค่ารักษาพยาบาลต่อเนื่อง เบี้ยเริ่มต้นแค่ 61 บาทต่อปี เช็คราคาฟรีไม่ต้องใส่เบอร์โทร นอกจจากมีประกันภัยแล้ว อย่าลืมพาน้องหมาไปฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้าซ้ำทุกปีเพื่อตัวสุนัขเองด้วย 4. น้องหมาเป็นเพื่อนแท้ที่รักเรา แถมพาเข้าสังคม รู้มั้ยว่าเพื่อนแท้ใกล้ตัว คือเจ้าสี่ขาที่บ้านนี่แหละ น้องจะคอยเคียงข้างเราเสมอ ตามไปทุกที่ ยิ่งหากคุณเลี้ยงหมาในบ้านไม่ว่าจะห้องน้ำ ห้องครัว ห้องนอน หรือตอนขับรถเที่ยวกับหมา สายตาของน้องจะจับจ้องเราอยู่แทบตลอด และคอยต้อนรับด้วยความดีใจเมื่อเรากลับบ้านเสมอ เวลาทุกข์ท้อใจก็กอดได้ แถมบ่นแล้วไม่เเถียงด้วยนะ นอกจากนั้นการที่สุนัขเป็นสัตว์ที่ชอบมีปฏิสัมพันธ์กับคน จึงเป็นตัวช่วยในการทำให้เราเข้าสังคมคนเลี้ยงหมาด้วยกันได้ง่ายขึ้น เพราะพวกมันจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการสร้างความคุ้นเคยและเป็นเพื่อนคุยกับคนแปลกหน้า พลาดถูกน้องหมากัด ประกันอุบัติเหตุก็คุ้มครอง | รู้ใจ 5. เลี้ยงหมาช่วยเฝ้าบ้านและดูแลความปลอดภัยของบ้าน สุนัขมีประสาทสัมผัสที่ไวกว่าคน จึงสามารถรับรู้อันตรายได้เร็วกว่า เช่น เมื่อเกิดไฟไหม้หรือภัยพิบัติทางธรรมชาติ นอกจากนี้ ยังมีสุนัขบางตัวที่ได้รับการฝึกเป็นสุนัขเฝ้าบ้านเพื่อช่วยปกป้องเจ้าของจากอันตรายอีกด้วย 6. เลี้ยงหมาช่วยงานบ้าน เรื่องนี้อาจดูเป็นไปได้ยากสักหน่อย แต่หากฝึกดี ๆ น้องหมาสามารถช่วยงานบ้านง่าย ๆ ได้จริง เช่น ไปรับพัสดุจากหน้าบ้านให้คุณ ปิด-เปิดพัดลม คาบถุงขยะไปทิ้ง ช่วยขุดดินเพื่อปลูกต้นไม้ เป็นต้น บอกเลยว่าวันไหนขี้เกียจ เจ้าสี่ขาเพื่อนรักนี่แหละที่จะช่วยผ่อนแรงในการทำงานบ้าน-งานช่างต่าง ๆ เทคนิคและวิธีการเลี้ยงหมาในบ้าน | รู้ใจ ประกันออนไลน์ 7. เลี้ยงหมาช่วยทำให้คุณรู้สึกมีคุณค่า และมีกำลังใจ คนเลี้ยงหมาจะเข้าใจถึงข้อนี้ดีเลย เพราะสุนัขจะให้ความรักและความผูกพันแบบไม่มีเงื่อนไข ทำให้เรารู้สึกมีคุณค่าและมีกำลังใจในการดำเนินชีวิตต่อไป เพราะต้องทำงานหาเงินมาซื้ออุปกรณ์เลี้ยงหมา ทั้งแชมพู อาหารหลัก อาหารเสริม เสื้อผ้า ไปจนถึงของเล่น ค่ารักษา บอกเลยว่าแทบไม่มีเวลาท้อเลย หันมาสบตากันทีมนุษย์อย่างเรา ๆ ก็พร้อมออกไปหาเงินกันแล้ว
    Like
    1
    0 Reacties 0 aandelen 6K Views
  • ยามศึกเรารบกัน ยามสงบเรารักกัน
    ยามศึกเรารบกัน ยามสงบเรารักกัน ❤️💚❤️💚
    Like
    Love
    3
    0 Reacties 0 aandelen 1K Views
  • ยามศึกเรารบกัน ยามสงบเรารักกัน
    ยามศึกเรารบกัน ยามสงบเรารักกัน ❤️💚❤️💚
    0 Reacties 0 aandelen 1K Views
  • เงินใครเข้าแล้วค่ะ ขอให้ปังๆๆๆนะ ชวนเรารอค่อไป
    เงินใครเข้าแล้วค่ะ ขอให้ปังๆๆๆนะ ชวนเรารอค่อไป
    Love
    1
    0 Reacties 0 aandelen 373 Views
  • ขอบคุณสมาชิก Doglala ทุกคน!

    เรารู้สึกตื่นเต้นและมีความสุขอย่างยิ่งที่เราได้มีสมาชิกถึง 6000 คนในชุมชนของเรา! เราหวังว่าจะได้เติบโตไปด้วยกันในอนาคต!

    ทีมงาน Doglala
    🎉 ขอบคุณสมาชิก Doglala ทุกคน! 🎉 เรารู้สึกตื่นเต้นและมีความสุขอย่างยิ่งที่เราได้มีสมาชิกถึง 6000 คนในชุมชนของเรา! 🙌 เราหวังว่าจะได้เติบโตไปด้วยกันในอนาคต! ❤️ ทีมงาน Doglala
    Like
    Love
    Yay
    7
    0 Reacties 1 aandelen 2K Views
  • เห็นว่าเราๅม่ถุกกันแต่บ้างเวลาเรารักกันนะ
    เห็นว่าเราๅม่ถุกกันแต่บ้างเวลาเรารักกันนะ
    Like
    3
    0 Reacties 0 aandelen 333 Views
  • เจ้าระบบ เรารอเจ้าอยู่นะ!
    เจ้าระบบ เรารอเจ้าอยู่นะ!❤️
    Love
    1
    0 Reacties 0 aandelen 182 Views
  • ก่อนหน้านั้นได้โพสหนังเรื่อง Arthur the King : อาเธอร์ จอมราชา ที่สร้างจากเรื่องจริงเกี่ยวกับ น้องหมาจรจัดที่คอยวิ่งตามเป้นกำลังให้กับนักกีฬาจนประสบความสำเร็จ

    โพสนี้เลยขอนำเสนอเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง ที่เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดหนังเรื่องนี้ขึ้นมาครับ ไปดูกันเลยครับ

    อาร์เธอร์ : สุนัขจรจัดที่ฝ่าเส้นทางวิ่งเทรลหฤโหดจนเข้าเส้นชัย เพียงเพราะตามคนให้อาหาร

    "ผมมาเอกวาดอร์เพื่อคว้าแชมป์โลก แต่ผมได้เพื่อนใหม่กลับไป" มิคาเอล ลินด์นอร์ด กล่าว

    การแข่งขันผจญภัย หรือ Adventure race ถือเป็นหนึ่งในการแข่งขันสุดท้าทาย เพราะไม่เพียงต้องพาตัวเองและทีมเข้าเส้นชัย แต่ยังต้องเอาตัวรอดท่ามกลางสภาพอากาศและภูมิประเทศอันโหดหิน

    อย่างไรก็ดีหลายปีก่อนกลับมีสุนัขจรจัดเข้าร่วมการแข่งขันนี้ด้วยความบังเอิญ แถมยังสามารถเข้าเส้นชัยพร้อมกับมนุษย์ เพียงเพราะตามคนที่ให้อาหารมัน

    ศึกเอาชีวิตรอด
    แม้ว่าชื่อของ Adventure race หรือการแข่งขันผจญภัย อาจจะไม่ได้คุ้นหูชาวไทยมากนัก แต่มันก็เป็นการแข่งขันที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก หลังเริ่มจัดชิงแชมป์โลกมาตั้งแต่ปี 2000

    แต่ละทีมที่มีสมาชิก 2-4 คน จะต้องเดินทางเป็นระยะทางหลายร้อยกิโลเมตรในเส้นทางที่ไม่ปรากฎบนแผนที่ และอาจจะเจอกับสภาพอากาศที่สุดขั้ว ผ่านการปีนเขา เดินป่า ปั่นจักรยาน และพายเรือคายัค

    การแข่งขันอาจจะใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 10 วัน และแต่ละวันผู้เข้าร่วมการแข่งขันอาจจะได้พักกันแค่ชั่วโมงเดียวหรือน้อยกว่านั้น

    แต่ที่สำคัญที่สุดคือพวกเขาจะต้องเกาะกลุ่มกัน แบ่งสรรปันส่วนอาหารและน้ำ และแน่นอนว่าหากใครในทีมได้รับบาดเจ็บก็จะต้องพาไปด้วย เพื่อเข้าเส้นชัยพร้อมกันจึงจะถือว่าจบการแข่งขัน

    ปี 2014 ทีมพีกเพอร์ฟอร์แมนซ์ จากสวีเดน หนึ่งในทีมที่ดีที่สุดของโลก ประกอบไปด้วย มิคาเอล ลินด์นอร์ด, ไซมอน นีมี, คาเรน ลุนเกรนด์ และ สตาฟฟาน บยอคลุนด์ ได้เข้าร่วมการแข่งขันผจญภัยชิงแชมป์โลกที่เอกวาดอร์

    เส้นทางในปีนั้นค่อนข้างยาก เพราะนอกจากระยะทางรวมกว่า 700 กิโลเมตรที่มีตั้งแต่ป่าฝนแบบแอมะซอนไปจนถึงชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกแล้ว พวกเขายังต้องเผชิญกับระดับความสูง 4,500 เมตรของเทือกเขาแอนดีส และสภาพอากาศที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้วถึง 13 โซนทั่วเอกวาดอร์

    "ถ้าคุณอยากจะเก่งที่สุดสำหรับกีฬานี้ คุณจำเป็นจะต้องเจ็บปวด" มิคาเอล ลินด์นอร์ด กล่าวกับ ESPN

    การพานพบที่ไม่ตั้งใจ
    "เป้าหมายของเราคืออันดับ 1 และคว้าแชมป์โลก" มิคาเอล ลินด์นอร์ด กล่าว

    สำหรับ Adventure Racing World Championship ปี 2014 พีกเพอร์ฟอแมนซ์ถือว่าทำผลงานได้ไม่เลว เมื่อพวกเขามาถึงจุดเปลี่ยนกิจกรรมรองสุดท้าย ที่เปลี่ยนจากการปั่นจักรยานมาเป็นเดินป่า ตั้งแต่วันที่ 4 ของการแข่งขัน

    ตอนนั้นพวกเขาตามหลังผู้นำอยู่ไม่กี่ชั่วโมงและยังมีโอกาสที่จะแซงได้ แต่สถานการณ์ก็เปลี่ยนไปเมื่อลินด์นอร์ดไปสะดุดตากับสุนัขจรจัดเนื้อตัวสกปรกตัวหนึ่งระหว่างพักเบรกรอเดินทางไปยังจุดต่อไป

    มันมีสภาพที่ย่ำแย่สุดขีด ตัวเต็มไปด้วยโคลน และมีแผลขนาดใหญ่ที่กลางหลัง พร้อมเลือดที่เกรอะกรังไปทั่วตัว เขาคาดว่ามันน่าจะโดนทำร้ายมา ด้วยความสงสารลินด์นอร์ดจึงแบ่งลูกชิ้นที่ติดตัวมาให้มันกิน

    "ตอนผมกำลังเปิดกล่องอาหาร ตาผมก็เหลือบไปเห็นสุนัขท่าทางสกปรกตัวหนึ่ง" ลินด์นอร์ด กล่าวกับ Aftonbladet สื่อของสวีเดน

    "ผมคิดว่ามันกำลังหิวก็เลยเอาลูกชิ้นให้มัน หลังจากนั้นก็คิดว่าจะไม่ให้แล้ว"

    หลังจากนั้นลินด์นอร์ดและทีมก็ออกเดินทางต่อเพราะฟ้ามืดลงแล้ว แต่เมื่อเขาหยุดพักเพื่อจัดของระหว่างทาง ลินด์นอร์ดก็เห็นเงาตะคุ่ม ๆ อยู่ไกล ๆ ในป่า ก่อนจะรู้ว่ามันคือสุนัขที่เขาเพิ่งให้ลูกชิ้นไป

    "เฮ้ เจ้าหมา แกไม่กลับบ้านเหรอ แกจะเอาไงต่อ จะไปกับเราเหรอ" ลินด์นอร์ด ถามสุนัขตัวนั้น

    แน่นอนว่าลินด์นอร์ดเพียงแค่เย้ามันเล่น เพราะการเอาสุนัขเดินทางไปด้วยไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากทางข้างหน้าล้วนโหดหิน โดยเฉพาะโคลนที่สูงระดับเข่าที่มนุษย์เองบางทียังเอาตัวเองเกือบไม่รอด

    ทว่าสุนัขจรจัดตัวนั้นไม่ได้รับรู้หรือบางทีมันอาจจะไม่สน มันเดินตามลินด์นอร์ดและทีมไปตลอดทางในป่า แถมบางครั้งพวกเขาต้องช่วยกันดึงมันออกมาจากโคลนด้วยซ้ำ

    ไม่นานมันก็สนิทกับทุกคนในทีม และนอกจากมันจะร่วมทางไปด้วยแล้ว มันยังคอยเฝ้าระวังตอนที่ทีมหยุดพัก เช่นตอนที่ ไซมอน นีมี อยู่ในสภาวะขาดน้ำ มันก็นั่งเฝ้าอยู่ตรงนั้นไม่ห่าง

    พวกเขาจึงตัดสินใจให้มันเป็นหนึ่งในสมาชิกของทีม และตั้งชื่อมันว่า อาร์เธอร์ ที่มาจากกษัตริย์อาร์เธอร์ กษัตริย์อังกฤษในตำนาน จากความสง่างามของมัน

    "ผมคิดว่ามันสมควรได้รับชื่อว่าอาร์เธอร์ เหมือนกับราชา" ลินด์นอร์ด อธิบาย

    และนี่เป็นจุดเริ่มต้นของมิตรภาพครั้งสำคัญ

    เข้าเส้นชัยไปพร้อมกัน
    อาร์เธอร์เดินตามลินด์นอร์ดและสมาชิกในทีมจนออกมาจากป่าได้สำเร็จในวันที่ 5 ของการแข่งขัน ในสภาพที่อ่อนแรงทั้งคนและสุนัข พวกเขาเหลืออีกเพียงแค่ด่านเดียวก็จะจบการแข่งขัน

    "อาเธอร์เดิมพันชีวิตของมันไว้กับเรา มันเดิมพันทุกสิ่งทุกอย่างด้วยการไปกับเราในป่า ดังนั้นผมจึงเดิมพันกับมันเหมือนกัน และผมก็โชคดีมากเพราะมันเป็นหมาที่น่ารักที่สุดในโลก" ลินด์นอร์ด กล่าวกับ Daily Mail

    ทว่าเส้นทางของอาร์เธอร์ดูเหมือนจะสิ้นสุดที่ด่านสุดท้าย เมื่อสมาชิกต้องพายเรือเป็นระยะทางกว่า 54.7 กิโลเมตรในเส้นทางที่อันตราย และคาดว่าน่าจะใช้เวลาราว 14 ชั่วโมงกว่าจะถึงเส้นชัย การเอาสุนัขไปด้วยจะเป็นอุปสรรคกับพวกเขามากกว่า

    บวกกับผู้จัดการแข่งขันก็แนะนำให้ทิ้งมันไว้ที่ริมฝั่ง ซึ่งพวกเขาก็เคารพคำแนะนำนั้น ก่อนจะบอกลาเพื่อนสี่ขาด้วยสภาพจำยอม

    "ทีมผู้จัดการแข่งขันให้คำแนะนำว่าไม่ควรเอาอาร์เธอร์ไปด้วยในด่านสุดท้าย หมาในเรือคายัคไม่ได้เป็นไอเดียที่ดี ทีมก็เลยทำตามคำแนะนำ" ทีมพีกเพอร์ฟอร์แมนซ์ ย้อนความหลังใน Facebook อย่างเป็นทางการของทีม

    แต่อาร์เธอร์ก็ไม่ยอม เพราะทันทีที่ทีมออกจากฝั่งมันก็เริ่มเห่า กระโดดลงน้ำ และว่ายมาหาพวกเขา จนทำให้ลินด์นอร์ดทนดูภาพนี้ไม่ไหว ตัดสินใจรับมันขึ้นมาอยู่บนเรือคายัค ท่ามกลางเสียงปรบมือของคนที่อยู่บนฝั่ง

    "เมื่อเราออกตัวผมมองไปที่มันแล้วเริ่มพาย จากนั้นผมก็ได้ยินเสียงน้ำกระเซ็น" ลินด์นอร์ด กล่าวกับ ESPN

    "อาร์เธอร์กระโดดลงมาในน้ำ มันว่ายตามหลังเรามา ชัดเจนว่ามันคือส่วนหนึ่งของเรา การดูแลหมาตัวนี้ยิ่งใหญ่กว่าการได้รับชัยชนะ" บยอคลุนด์ เสริม

    อย่างไรก็ดีการมีสุนัขอยู่บนเรือไม่ใช่เรื่องง่าย พวกเขาต้องหาวิธีพายเพื่อไม่ให้โดนตัวอาร์เธอร์ แถมบางครั้งมันยังพยายามกระโดดลงน้ำและทำให้พวกเขาต้องลงไปช่วย เรียกได้ว่าทุลักทุเลทั้งคนและสัตว์

    "มันขวางทางตลอดเวลาพาย และทำให้เราต้องหาเทคนิคในการพายใหม่ เพื่อไม่ให้โดนมันจนตกน้ำ" ลินด์นอร์ด กล่าวกับ Gear Junkies

    "บางครั้งมันก็กระโดดลงไปในน้ำและว่ายน้ำ แล้วคลานขึ้นมาอีกครั้งด้วยความหนาวจัด ทำให้เราต้องเอาแจ็คเก็ตห่มให้มัน"

    "ครั้งหนึ่งตอนที่เราอยู่ใกล้กับฝั่ง มันกระโดดออกไปและว่ายไปที่ฝั่ง เราคิดว่านี่เป็นครั้งสุดท้ายที่เราจะได้เห็นมัน แต่มันก็วิ่งไปตามถนนแล้วกระโดดลงน้ำว่ายมาหาเรา"

    และหลังจากผ่านเส้นทางอันหฤโหดในวันที่ 6 ของการแข่งขัน พวกเขาก็เข้าเส้นชัยด้วยสมาชิก 5 ชีวิต แทนที่จะเป็น 4 และจบในอันดับ 12 จากผู้เข้าร่วมทั้งหมด 54 ทีม

    แต่การเดินทางของอาร์เธอร์ไม่ได้จบลงแค่นี้


    มิตรภาพบริสุทธิ์
    "เขารู้สึกอะไรบางอย่างกับอาร์เธอร์และคิดว่าปล่อยมันไว้ไม่ได้ เขาแค่อยากจะช่วยเพื่อนของเขา" เฮเลนา ลินด์นอร์ด ภรรยาของมิคาเอล บอกกับ ESPN

    หลังการแข่งขันลินด์นอร์ดรู้สึกว่าเขาจะทิ้งอาร์เธอร์ไว้ไม่ได้และอยากจะพามันกลับไปสวีเดนด้วย แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องใช้เงินไม่น้อยในการขนสัตว์เลี้ยงข้ามทวีป รวมไปถึงต้องรักษาบาดแผลของมันก่อน

    "ผมรู้ทันทีเลยว่าผมอยากพามันกลับบ้านไปอยู่กับครอบครัวของผม และให้มันได้มีชีวิตอย่างที่ควรจะเป็น" ลินด์นอร์ด กล่าวกับ Daily Mail

    ลินด์นอร์ดจึงเล่าเรื่องนี้ผ่านทวิตเตอร์ แล้วเปิดรับบริจาคผ่านบัญชี Paypal จนทำให้ชื่อของอาร์เธอร์โด่งดังไปทั่วโลก ก่อนที่เขาจะได้รับความช่วยเหลือจากผู้คนมากมาย รวมถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการสังคมของเอกวาดอร์ และคณะกรรมการเกษตรสวีเดน ที่อนุญาตให้พาเพื่อนใหม่ของเขาไปสวีเดนได้

    หลังจากเข้ารับการรักษาจากสัตวแพทย์และกักตัวครบ 120 วัน มีนาคม 2015 อาร์เธอร์ก็เดินทางจากเอกวาดอร์ไปอยู่กับครอบครัวของลินด์นอร์ดในเมือง Örnsköldsvik ทางตอนกลางของสวีเดน

    "มันรู้สึกแฮปปี้ที่อยู่กับเรา ตอนที่เรามารับมัน มันกระโดดไปรอบ ๆ จุ๊บเราและนอนลงเพื่อให้เราเกาท้อง มันทักทายทุกคนที่พบระหว่างวัน" ลินด์นอร์ด กล่าวกับ MailOnline

    "เรารอวันนี้มานาน และตอนนี้มันก็อยู่ที่นี่ มันเป็นวันที่ยิ่งใหญ่สำหรับครอบครัวของเรา และเป็นวันที่ดีกว่าเดิมสำหรับอาร์เธอร์"

    อาร์เธอร์ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับครอบครัวใหม่ ได้ออกไปเที่ยวหลากหลาย ก่อนจะจากโลกนี้ไปอย่างสงบในปี 2020 ด้วยอายุราว 12 ปี

    ทว่าเรื่องราวของอาร์เธอร์ยังคงถูกเล่าขาน ผ่านทั้งหนังสือของลินด์นอร์ดที่มีชื่อว่า The Dog who Crossed the Jungle to Find a Home ในปี 2016 ไปจนถึงสารคดีมากมายก่อนมันเสียชีวิต

    นอกจากนี้อาร์เธอร์ยังเป็นแรงบันดาลใจให้ทีมพีกเพอร์ฟอร์แมนซ์ก่อตั้งมูลนิธิการกุศลเพื่อช่วยเหลือสุนัขข้างถนน รวมถึงโครงการ "สุนัขชุมชน" ที่จะจัดหาสัตวแพทย์ไปคอยดูแลสุนัขที่ไม่มีเจ้าของ

    แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือจิตใจที่ไม่ยอมแพ้ของอาร์เธอร์ที่ทำให้มันได้รับชีวิตใหม่ และได้เจอกับครอบครัวที่รักมัน … ตราบจนวันสุดท้ายของชีวิต

    "มันเป็นนักสู้เหมือนกับผมที่ไม่เคยยอมแพ้ ผมมองเห็นสิ่งนั้นในป่าตอนที่มันตามเรามา" ลินด์นอร์ด ทิ้งท้าย

    Cr. https://mainstand.co.th/th/features/6/article/3276

    #dog
    ก่อนหน้านั้นได้โพสหนังเรื่อง Arthur the King : อาเธอร์ จอมราชา ที่สร้างจากเรื่องจริงเกี่ยวกับ น้องหมาจรจัดที่คอยวิ่งตามเป้นกำลังให้กับนักกีฬาจนประสบความสำเร็จ โพสนี้เลยขอนำเสนอเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง ที่เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดหนังเรื่องนี้ขึ้นมาครับ ไปดูกันเลยครับ อาร์เธอร์ : สุนัขจรจัดที่ฝ่าเส้นทางวิ่งเทรลหฤโหดจนเข้าเส้นชัย เพียงเพราะตามคนให้อาหาร "ผมมาเอกวาดอร์เพื่อคว้าแชมป์โลก แต่ผมได้เพื่อนใหม่กลับไป" มิคาเอล ลินด์นอร์ด กล่าว การแข่งขันผจญภัย หรือ Adventure race ถือเป็นหนึ่งในการแข่งขันสุดท้าทาย เพราะไม่เพียงต้องพาตัวเองและทีมเข้าเส้นชัย แต่ยังต้องเอาตัวรอดท่ามกลางสภาพอากาศและภูมิประเทศอันโหดหิน อย่างไรก็ดีหลายปีก่อนกลับมีสุนัขจรจัดเข้าร่วมการแข่งขันนี้ด้วยความบังเอิญ แถมยังสามารถเข้าเส้นชัยพร้อมกับมนุษย์ เพียงเพราะตามคนที่ให้อาหารมัน ศึกเอาชีวิตรอด แม้ว่าชื่อของ Adventure race หรือการแข่งขันผจญภัย อาจจะไม่ได้คุ้นหูชาวไทยมากนัก แต่มันก็เป็นการแข่งขันที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก หลังเริ่มจัดชิงแชมป์โลกมาตั้งแต่ปี 2000 แต่ละทีมที่มีสมาชิก 2-4 คน จะต้องเดินทางเป็นระยะทางหลายร้อยกิโลเมตรในเส้นทางที่ไม่ปรากฎบนแผนที่ และอาจจะเจอกับสภาพอากาศที่สุดขั้ว ผ่านการปีนเขา เดินป่า ปั่นจักรยาน และพายเรือคายัค การแข่งขันอาจจะใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 10 วัน และแต่ละวันผู้เข้าร่วมการแข่งขันอาจจะได้พักกันแค่ชั่วโมงเดียวหรือน้อยกว่านั้น แต่ที่สำคัญที่สุดคือพวกเขาจะต้องเกาะกลุ่มกัน แบ่งสรรปันส่วนอาหารและน้ำ และแน่นอนว่าหากใครในทีมได้รับบาดเจ็บก็จะต้องพาไปด้วย เพื่อเข้าเส้นชัยพร้อมกันจึงจะถือว่าจบการแข่งขัน ปี 2014 ทีมพีกเพอร์ฟอร์แมนซ์ จากสวีเดน หนึ่งในทีมที่ดีที่สุดของโลก ประกอบไปด้วย มิคาเอล ลินด์นอร์ด, ไซมอน นีมี, คาเรน ลุนเกรนด์ และ สตาฟฟาน บยอคลุนด์ ได้เข้าร่วมการแข่งขันผจญภัยชิงแชมป์โลกที่เอกวาดอร์ เส้นทางในปีนั้นค่อนข้างยาก เพราะนอกจากระยะทางรวมกว่า 700 กิโลเมตรที่มีตั้งแต่ป่าฝนแบบแอมะซอนไปจนถึงชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกแล้ว พวกเขายังต้องเผชิญกับระดับความสูง 4,500 เมตรของเทือกเขาแอนดีส และสภาพอากาศที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้วถึง 13 โซนทั่วเอกวาดอร์ "ถ้าคุณอยากจะเก่งที่สุดสำหรับกีฬานี้ คุณจำเป็นจะต้องเจ็บปวด" มิคาเอล ลินด์นอร์ด กล่าวกับ ESPN การพานพบที่ไม่ตั้งใจ "เป้าหมายของเราคืออันดับ 1 และคว้าแชมป์โลก" มิคาเอล ลินด์นอร์ด กล่าว สำหรับ Adventure Racing World Championship ปี 2014 พีกเพอร์ฟอแมนซ์ถือว่าทำผลงานได้ไม่เลว เมื่อพวกเขามาถึงจุดเปลี่ยนกิจกรรมรองสุดท้าย ที่เปลี่ยนจากการปั่นจักรยานมาเป็นเดินป่า ตั้งแต่วันที่ 4 ของการแข่งขัน ตอนนั้นพวกเขาตามหลังผู้นำอยู่ไม่กี่ชั่วโมงและยังมีโอกาสที่จะแซงได้ แต่สถานการณ์ก็เปลี่ยนไปเมื่อลินด์นอร์ดไปสะดุดตากับสุนัขจรจัดเนื้อตัวสกปรกตัวหนึ่งระหว่างพักเบรกรอเดินทางไปยังจุดต่อไป มันมีสภาพที่ย่ำแย่สุดขีด ตัวเต็มไปด้วยโคลน และมีแผลขนาดใหญ่ที่กลางหลัง พร้อมเลือดที่เกรอะกรังไปทั่วตัว เขาคาดว่ามันน่าจะโดนทำร้ายมา ด้วยความสงสารลินด์นอร์ดจึงแบ่งลูกชิ้นที่ติดตัวมาให้มันกิน "ตอนผมกำลังเปิดกล่องอาหาร ตาผมก็เหลือบไปเห็นสุนัขท่าทางสกปรกตัวหนึ่ง" ลินด์นอร์ด กล่าวกับ Aftonbladet สื่อของสวีเดน "ผมคิดว่ามันกำลังหิวก็เลยเอาลูกชิ้นให้มัน หลังจากนั้นก็คิดว่าจะไม่ให้แล้ว" หลังจากนั้นลินด์นอร์ดและทีมก็ออกเดินทางต่อเพราะฟ้ามืดลงแล้ว แต่เมื่อเขาหยุดพักเพื่อจัดของระหว่างทาง ลินด์นอร์ดก็เห็นเงาตะคุ่ม ๆ อยู่ไกล ๆ ในป่า ก่อนจะรู้ว่ามันคือสุนัขที่เขาเพิ่งให้ลูกชิ้นไป "เฮ้ เจ้าหมา แกไม่กลับบ้านเหรอ แกจะเอาไงต่อ จะไปกับเราเหรอ" ลินด์นอร์ด ถามสุนัขตัวนั้น แน่นอนว่าลินด์นอร์ดเพียงแค่เย้ามันเล่น เพราะการเอาสุนัขเดินทางไปด้วยไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากทางข้างหน้าล้วนโหดหิน โดยเฉพาะโคลนที่สูงระดับเข่าที่มนุษย์เองบางทียังเอาตัวเองเกือบไม่รอด ทว่าสุนัขจรจัดตัวนั้นไม่ได้รับรู้หรือบางทีมันอาจจะไม่สน มันเดินตามลินด์นอร์ดและทีมไปตลอดทางในป่า แถมบางครั้งพวกเขาต้องช่วยกันดึงมันออกมาจากโคลนด้วยซ้ำ ไม่นานมันก็สนิทกับทุกคนในทีม และนอกจากมันจะร่วมทางไปด้วยแล้ว มันยังคอยเฝ้าระวังตอนที่ทีมหยุดพัก เช่นตอนที่ ไซมอน นีมี อยู่ในสภาวะขาดน้ำ มันก็นั่งเฝ้าอยู่ตรงนั้นไม่ห่าง พวกเขาจึงตัดสินใจให้มันเป็นหนึ่งในสมาชิกของทีม และตั้งชื่อมันว่า อาร์เธอร์ ที่มาจากกษัตริย์อาร์เธอร์ กษัตริย์อังกฤษในตำนาน จากความสง่างามของมัน "ผมคิดว่ามันสมควรได้รับชื่อว่าอาร์เธอร์ เหมือนกับราชา" ลินด์นอร์ด อธิบาย และนี่เป็นจุดเริ่มต้นของมิตรภาพครั้งสำคัญ เข้าเส้นชัยไปพร้อมกัน อาร์เธอร์เดินตามลินด์นอร์ดและสมาชิกในทีมจนออกมาจากป่าได้สำเร็จในวันที่ 5 ของการแข่งขัน ในสภาพที่อ่อนแรงทั้งคนและสุนัข พวกเขาเหลืออีกเพียงแค่ด่านเดียวก็จะจบการแข่งขัน "อาเธอร์เดิมพันชีวิตของมันไว้กับเรา มันเดิมพันทุกสิ่งทุกอย่างด้วยการไปกับเราในป่า ดังนั้นผมจึงเดิมพันกับมันเหมือนกัน และผมก็โชคดีมากเพราะมันเป็นหมาที่น่ารักที่สุดในโลก" ลินด์นอร์ด กล่าวกับ Daily Mail ทว่าเส้นทางของอาร์เธอร์ดูเหมือนจะสิ้นสุดที่ด่านสุดท้าย เมื่อสมาชิกต้องพายเรือเป็นระยะทางกว่า 54.7 กิโลเมตรในเส้นทางที่อันตราย และคาดว่าน่าจะใช้เวลาราว 14 ชั่วโมงกว่าจะถึงเส้นชัย การเอาสุนัขไปด้วยจะเป็นอุปสรรคกับพวกเขามากกว่า บวกกับผู้จัดการแข่งขันก็แนะนำให้ทิ้งมันไว้ที่ริมฝั่ง ซึ่งพวกเขาก็เคารพคำแนะนำนั้น ก่อนจะบอกลาเพื่อนสี่ขาด้วยสภาพจำยอม "ทีมผู้จัดการแข่งขันให้คำแนะนำว่าไม่ควรเอาอาร์เธอร์ไปด้วยในด่านสุดท้าย หมาในเรือคายัคไม่ได้เป็นไอเดียที่ดี ทีมก็เลยทำตามคำแนะนำ" ทีมพีกเพอร์ฟอร์แมนซ์ ย้อนความหลังใน Facebook อย่างเป็นทางการของทีม แต่อาร์เธอร์ก็ไม่ยอม เพราะทันทีที่ทีมออกจากฝั่งมันก็เริ่มเห่า กระโดดลงน้ำ และว่ายมาหาพวกเขา จนทำให้ลินด์นอร์ดทนดูภาพนี้ไม่ไหว ตัดสินใจรับมันขึ้นมาอยู่บนเรือคายัค ท่ามกลางเสียงปรบมือของคนที่อยู่บนฝั่ง "เมื่อเราออกตัวผมมองไปที่มันแล้วเริ่มพาย จากนั้นผมก็ได้ยินเสียงน้ำกระเซ็น" ลินด์นอร์ด กล่าวกับ ESPN "อาร์เธอร์กระโดดลงมาในน้ำ มันว่ายตามหลังเรามา ชัดเจนว่ามันคือส่วนหนึ่งของเรา การดูแลหมาตัวนี้ยิ่งใหญ่กว่าการได้รับชัยชนะ" บยอคลุนด์ เสริม อย่างไรก็ดีการมีสุนัขอยู่บนเรือไม่ใช่เรื่องง่าย พวกเขาต้องหาวิธีพายเพื่อไม่ให้โดนตัวอาร์เธอร์ แถมบางครั้งมันยังพยายามกระโดดลงน้ำและทำให้พวกเขาต้องลงไปช่วย เรียกได้ว่าทุลักทุเลทั้งคนและสัตว์ "มันขวางทางตลอดเวลาพาย และทำให้เราต้องหาเทคนิคในการพายใหม่ เพื่อไม่ให้โดนมันจนตกน้ำ" ลินด์นอร์ด กล่าวกับ Gear Junkies "บางครั้งมันก็กระโดดลงไปในน้ำและว่ายน้ำ แล้วคลานขึ้นมาอีกครั้งด้วยความหนาวจัด ทำให้เราต้องเอาแจ็คเก็ตห่มให้มัน" "ครั้งหนึ่งตอนที่เราอยู่ใกล้กับฝั่ง มันกระโดดออกไปและว่ายไปที่ฝั่ง เราคิดว่านี่เป็นครั้งสุดท้ายที่เราจะได้เห็นมัน แต่มันก็วิ่งไปตามถนนแล้วกระโดดลงน้ำว่ายมาหาเรา" และหลังจากผ่านเส้นทางอันหฤโหดในวันที่ 6 ของการแข่งขัน พวกเขาก็เข้าเส้นชัยด้วยสมาชิก 5 ชีวิต แทนที่จะเป็น 4 และจบในอันดับ 12 จากผู้เข้าร่วมทั้งหมด 54 ทีม แต่การเดินทางของอาร์เธอร์ไม่ได้จบลงแค่นี้ มิตรภาพบริสุทธิ์ "เขารู้สึกอะไรบางอย่างกับอาร์เธอร์และคิดว่าปล่อยมันไว้ไม่ได้ เขาแค่อยากจะช่วยเพื่อนของเขา" เฮเลนา ลินด์นอร์ด ภรรยาของมิคาเอล บอกกับ ESPN หลังการแข่งขันลินด์นอร์ดรู้สึกว่าเขาจะทิ้งอาร์เธอร์ไว้ไม่ได้และอยากจะพามันกลับไปสวีเดนด้วย แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องใช้เงินไม่น้อยในการขนสัตว์เลี้ยงข้ามทวีป รวมไปถึงต้องรักษาบาดแผลของมันก่อน "ผมรู้ทันทีเลยว่าผมอยากพามันกลับบ้านไปอยู่กับครอบครัวของผม และให้มันได้มีชีวิตอย่างที่ควรจะเป็น" ลินด์นอร์ด กล่าวกับ Daily Mail ลินด์นอร์ดจึงเล่าเรื่องนี้ผ่านทวิตเตอร์ แล้วเปิดรับบริจาคผ่านบัญชี Paypal จนทำให้ชื่อของอาร์เธอร์โด่งดังไปทั่วโลก ก่อนที่เขาจะได้รับความช่วยเหลือจากผู้คนมากมาย รวมถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการสังคมของเอกวาดอร์ และคณะกรรมการเกษตรสวีเดน ที่อนุญาตให้พาเพื่อนใหม่ของเขาไปสวีเดนได้ หลังจากเข้ารับการรักษาจากสัตวแพทย์และกักตัวครบ 120 วัน มีนาคม 2015 อาร์เธอร์ก็เดินทางจากเอกวาดอร์ไปอยู่กับครอบครัวของลินด์นอร์ดในเมือง Örnsköldsvik ทางตอนกลางของสวีเดน "มันรู้สึกแฮปปี้ที่อยู่กับเรา ตอนที่เรามารับมัน มันกระโดดไปรอบ ๆ จุ๊บเราและนอนลงเพื่อให้เราเกาท้อง มันทักทายทุกคนที่พบระหว่างวัน" ลินด์นอร์ด กล่าวกับ MailOnline "เรารอวันนี้มานาน และตอนนี้มันก็อยู่ที่นี่ มันเป็นวันที่ยิ่งใหญ่สำหรับครอบครัวของเรา และเป็นวันที่ดีกว่าเดิมสำหรับอาร์เธอร์" อาร์เธอร์ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับครอบครัวใหม่ ได้ออกไปเที่ยวหลากหลาย ก่อนจะจากโลกนี้ไปอย่างสงบในปี 2020 ด้วยอายุราว 12 ปี ทว่าเรื่องราวของอาร์เธอร์ยังคงถูกเล่าขาน ผ่านทั้งหนังสือของลินด์นอร์ดที่มีชื่อว่า The Dog who Crossed the Jungle to Find a Home ในปี 2016 ไปจนถึงสารคดีมากมายก่อนมันเสียชีวิต นอกจากนี้อาร์เธอร์ยังเป็นแรงบันดาลใจให้ทีมพีกเพอร์ฟอร์แมนซ์ก่อตั้งมูลนิธิการกุศลเพื่อช่วยเหลือสุนัขข้างถนน รวมถึงโครงการ "สุนัขชุมชน" ที่จะจัดหาสัตวแพทย์ไปคอยดูแลสุนัขที่ไม่มีเจ้าของ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือจิตใจที่ไม่ยอมแพ้ของอาร์เธอร์ที่ทำให้มันได้รับชีวิตใหม่ และได้เจอกับครอบครัวที่รักมัน … ตราบจนวันสุดท้ายของชีวิต "มันเป็นนักสู้เหมือนกับผมที่ไม่เคยยอมแพ้ ผมมองเห็นสิ่งนั้นในป่าตอนที่มันตามเรามา" ลินด์นอร์ด ทิ้งท้าย Cr. https://mainstand.co.th/th/features/6/article/3276 #dog
    Love
    Yay
    5
    15 Reacties 0 aandelen 2K Views
  • รูด! เราร้อน ขอนอนหน่อยนะ!~
    รูด! เราร้อน ขอนอนหน่อยนะ!~
    1 Reacties 0 aandelen 123 Views
  • ปลุกความรักชาติในตัวคุณ

    #เรารักประเทศไทย #cat #Dog #ILoveThailand
    ปลุกความรักชาติในตัวคุณ #เรารักประเทศไทย #cat #Dog #ILoveThailand
    Like
    Love
    4
    4 Reacties 0 aandelen 496 Views
Zoekresultaten