• ภาพลวงตานั้นน่าสนใจมาก บางครั้งการมองให้เห็นรายละเอียดยากกว่าที่คิด คุณลองหาเห็นหอยทากในภาพนี้หรือยัง
    https://www.indiatimes.com/trending/social-relevance/optical-illusion-can-you-spot-the-snail-in-this-image-in-9-seconds/articleshow/122641513.html
    #ภาพลวงตา #หอยทาก
    ภาพลวงตานั้นน่าสนใจมาก บางครั้งการมองให้เห็นรายละเอียดยากกว่าที่คิด คุณลองหาเห็นหอยทากในภาพนี้หรือยัง https://www.indiatimes.com/trending/social-relevance/optical-illusion-can-you-spot-the-snail-in-this-image-in-9-seconds/articleshow/122641513.html #ภาพลวงตา #หอยทาก
    WWW.INDIATIMES.COM
    Optical illusion: Can you spot the snail in this image in 9 seconds?
    People with high IQs frequently have an amazing capacity to notice fine details rapidly. They process visual information considerably faster. Optical illusion tests are a fun and interesting approach to assess your brain's problem-solving talents and intelligence.
    0 ความคิดเห็น 0 การแชร์ 162 การดู
  • น้องกระต่ายนี่น่ารักเกินไปจนไม่รู้จะเก็บภาพไหนลงก่อนดี! กระต่ายมีความสามารถในการกระโดดสูงถึงสามฟุตเลยนะ คิดดูว่าถ้าเล่นซ่อนแอบจะสนุกแค่ไหน #กระต่ายน้อย #รักสัตว์ #ภาพน่ารัก
    น้องกระต่ายนี่น่ารักเกินไปจนไม่รู้จะเก็บภาพไหนลงก่อนดี! กระต่ายมีความสามารถในการกระโดดสูงถึงสามฟุตเลยนะ คิดดูว่าถ้าเล่นซ่อนแอบจะสนุกแค่ไหน #กระต่ายน้อย #รักสัตว์ #ภาพน่ารัก
    0 ความคิดเห็น 0 การแชร์ 233 การดู
  • การเดินของหมีขั้วโลกนั้นดูนุ่มนวลและมีความมั่นใจมาก ในภาพนี้เห็นได้ว่ามันมีท่าทางที่สงบและค่อนข้างสำรวจพื้นที่รอบๆ หมีขั้วโลกเป็นสัตว์ที่ใช้เวลาส่วนใหญ่ในการเคลื่อนไหวเพื่อหาสิ่งที่จะกิน การเดินของมันถือเป็นกิจกรรมสำคัญที่ช่วยให้มันได้หาอาหารและทรัพยากรอื่นๆ ที่จำเป็นสำหรับการอยู่รอด สำหรับเจ้าของสัตว์เลี้ยง อาจจะลองพาสุนัขหรือลูกแมวไปเดินเล่นเป็นประจำ เพื่อให้เขาได้สำรวจและออกกำลังกายบ้างนะ #สัตว์เลี้ยง #พฤติกรรมสัตว์ #เลี้ยงหมีขั้วโลก
    การเดินของหมีขั้วโลกนั้นดูนุ่มนวลและมีความมั่นใจมาก ในภาพนี้เห็นได้ว่ามันมีท่าทางที่สงบและค่อนข้างสำรวจพื้นที่รอบๆ หมีขั้วโลกเป็นสัตว์ที่ใช้เวลาส่วนใหญ่ในการเคลื่อนไหวเพื่อหาสิ่งที่จะกิน การเดินของมันถือเป็นกิจกรรมสำคัญที่ช่วยให้มันได้หาอาหารและทรัพยากรอื่นๆ ที่จำเป็นสำหรับการอยู่รอด สำหรับเจ้าของสัตว์เลี้ยง อาจจะลองพาสุนัขหรือลูกแมวไปเดินเล่นเป็นประจำ เพื่อให้เขาได้สำรวจและออกกำลังกายบ้างนะ #สัตว์เลี้ยง #พฤติกรรมสัตว์ #เลี้ยงหมีขั้วโลก
    0 ความคิดเห็น 0 การแชร์ 500 การดู
  • อัปเดตราคาน้องหมาร้าน Dog จั๊ว ล่าสุด
    ที่ ร้าน Dog จั๊ว จตุจักร ตอนนี้สามารถสั่งน้องหมาออนไลน์ได้ง่าย ๆ พร้อม รับประกันสุขภาพน้องหมา 1 สัปดาห์เต็ม คุ้มที่สุด! ส่งตรงถึงหน้าบ้าน สะดวกสบายสำหรับคนรักสุนัข

    ถ้าคุณกำลังมองหา ซื้อน้องหมาราคาดี ๆ ที่ตลาดนัดจตุจักร ร้าน Dog จั๊วถือว่าเป็นอีกหนึ่งร้านแนะนำที่ไม่ควรพลาด

    หากคุณรักสัตว์และอยากเที่ยว ตลาดนัดจตุจักร กรุงเทพฯ อย่าลืมกดไลก์ คอมเมนต์ และกดติดตามเพื่อรับชมวิดีโอท่องเที่ยวในประเทศไทยและเรื่องราวสัตว์เลี้ยงน่ารัก ๆ อีกมากมาย!

    #ราคาน้องหมา #ร้านDogจั๊ว #ซื้อน้องหมา #สุนัข #ตลาดนัดจตุจักร #bangkoktravel #chatuchakmarket #dogs #dogshorts #animals #youtubeshorts #tiktokshorts
    https://www.youtube.com/watch?v=bc3SIHht0k8
    อัปเดตราคาน้องหมาร้าน Dog จั๊ว ล่าสุด 🐶✨ ที่ ร้าน Dog จั๊ว จตุจักร ตอนนี้สามารถสั่งน้องหมาออนไลน์ได้ง่าย ๆ พร้อม รับประกันสุขภาพน้องหมา 1 สัปดาห์เต็ม คุ้มที่สุด! 🚚 ส่งตรงถึงหน้าบ้าน สะดวกสบายสำหรับคนรักสุนัข ถ้าคุณกำลังมองหา ซื้อน้องหมาราคาดี ๆ ที่ตลาดนัดจตุจักร ร้าน Dog จั๊วถือว่าเป็นอีกหนึ่งร้านแนะนำที่ไม่ควรพลาด 💡 หากคุณรักสัตว์และอยากเที่ยว ตลาดนัดจตุจักร กรุงเทพฯ อย่าลืมกดไลก์ คอมเมนต์ และกดติดตามเพื่อรับชมวิดีโอท่องเที่ยวในประเทศไทยและเรื่องราวสัตว์เลี้ยงน่ารัก ๆ อีกมากมาย! #ราคาน้องหมา #ร้านDogจั๊ว #ซื้อน้องหมา #สุนัข #ตลาดนัดจตุจักร #bangkoktravel #chatuchakmarket #dogs #dogshorts #animals #youtubeshorts #tiktokshorts https://www.youtube.com/watch?v=bc3SIHht0k8
    0 ความคิดเห็น 0 การแชร์ 5K การดู
  • น้ำมันมะพร้าวไม่ได้ดีแค่กับคน แต่น้องหมาก็ได้รับประโยชน์ไม่แพ้กันเลย

    น้ำมันมะพร้าวไม่ใช่แค่ของใช้ในครัว แต่ยังเป็นไอเท็มมหัศจรรย์จากธรรมชาติที่ช่วยดูแลสุขภาพน้องหมาได้หลากหลาย! มาดูกันว่าน้ำมันมะพร้าวจะมีประโยชน์อะไรบ้าง

    บรรเทาอาการคัน – ช่วยลดการระคายเคือง ผิวแห้ง ลอก หรือมีผื่นคันของน้องหมา
    ฆ่าเชื้อราและแบคทีเรียบนผิวหนัง – ลดโอกาสติดเชื้อจากการเกา
    บำรุงสมอง – MCT ในน้ำมันมะพร้าวช่วยเสริมการทำงานของสมองและความจำ
    ทำความสะอาดฟัน – ใช้เพียงเล็กน้อยช่วยทำความสะอาดฟันและลดกลิ่นปาก
    กำจัดพยาธิ – มีฤทธิ์ช่วยขับพยาธิ เช่น พยาธิตัวกลม
    ช่วยย่อยอาหาร – น้ำมันมะพร้าวมีไขมันดี ช่วยให้ระบบย่อยทำงานดีขึ้น
    สมานแผลกัด ขีดข่วน – เร่งการฟื้นฟูของผิวหนังและช่วยป้องกันการติดเชื้อ

    #บ้านและสวนPets #น้ำมันมะพร้าวสำหรับสุนัข #น้ำมันมะพร้าวกับน้องหมา

    Credit : บ้านและสวนPets
    น้ำมันมะพร้าวไม่ได้ดีแค่กับคน แต่น้องหมาก็ได้รับประโยชน์ไม่แพ้กันเลย 🐶🥥 น้ำมันมะพร้าวไม่ใช่แค่ของใช้ในครัว แต่ยังเป็นไอเท็มมหัศจรรย์จากธรรมชาติที่ช่วยดูแลสุขภาพน้องหมาได้หลากหลาย! มาดูกันว่าน้ำมันมะพร้าวจะมีประโยชน์อะไรบ้าง 🥥 บรรเทาอาการคัน – ช่วยลดการระคายเคือง ผิวแห้ง ลอก หรือมีผื่นคันของน้องหมา 🥥 ฆ่าเชื้อราและแบคทีเรียบนผิวหนัง – ลดโอกาสติดเชื้อจากการเกา 🥥 บำรุงสมอง – MCT ในน้ำมันมะพร้าวช่วยเสริมการทำงานของสมองและความจำ 🥥 ทำความสะอาดฟัน – ใช้เพียงเล็กน้อยช่วยทำความสะอาดฟันและลดกลิ่นปาก 🥥 กำจัดพยาธิ – มีฤทธิ์ช่วยขับพยาธิ เช่น พยาธิตัวกลม 🥥 ช่วยย่อยอาหาร – น้ำมันมะพร้าวมีไขมันดี ช่วยให้ระบบย่อยทำงานดีขึ้น 🥥 สมานแผลกัด ขีดข่วน – เร่งการฟื้นฟูของผิวหนังและช่วยป้องกันการติดเชื้อ #บ้านและสวนPets #น้ำมันมะพร้าวสำหรับสุนัข #น้ำมันมะพร้าวกับน้องหมา Credit : บ้านและสวนPets
    Like
    2
    0 ความคิดเห็น 0 การแชร์ 2K การดู
  • อยากมีรายได้จากการโพสต์รูปน้องหมาน้องแมว? ที่ Doglala ทำได้ง่ายมาก!

    แค่โพสต์ภาพน้องๆ
    เขียนแคปชันน่ารักๆ สื่อสารกับผู้ติดตามเป็นกันเองและจริงใจ
    เปิดระบบ “รับทิป” ได้เลย!

    ใครรักสัตว์+ชอบคอนเทนต์น่ารัก ต้องไม่พลาด!
    อยากมีรายได้จากการโพสต์รูปน้องหมาน้องแมว? 🐶😺ที่ Doglala ทำได้ง่ายมาก! 📸 แค่โพสต์ภาพน้องๆ 💬 เขียนแคปชันน่ารักๆ สื่อสารกับผู้ติดตามเป็นกันเองและจริงใจ 💸 เปิดระบบ “รับทิป” ได้เลย! ใครรักสัตว์+ชอบคอนเทนต์น่ารัก ต้องไม่พลาด!
    Love
    Like
    Wow
    13
    4 ความคิดเห็น 5 การแชร์ 5K การดู
  • doglala โซเชียลมีเดียที่เกิดมาเพื่อคนรักหมา แมว + พื้นที่โพสต์ซื้อ-ขายสัตว์เลี้ยง และของใช้
    ...
    อยากแบ่งปันเรื่องราวน้องหมา
    อยากโพสต์ภาพน้องแมวตัวโปรด
    หรืออยากขายอาหาร/ของเล่น/บ้านสัตว์?
    หรือต้องการหาบ้านให้น้องหมาแมวอย่างปลอดภัย?
    ...
    ที่นี่…ตอบได้หมด! doglala คือที่ของคุณ
    ...
    1.เลือกแพลตฟอร์ม doglala.com
    2.สมัคร / เข้าสู่ระบบบัญชีผู้ใช้
    3.กด “Marketplace” หรือ “โพสต์”
    4.ใส่รายละเอียดสัตว์เลี้ยง – ชื่อพันธุ์, อายุ, เพศ, สุขภาพ, วัคซีน, ราคา
    5.อัปโหลดรูปภาพชัด ๆ หลายมุม
    6.เลือกหมวดหมู่ให้ตรง (เช่น สัตว์เลี้ยง > สุนัข)
    7.ใส่ข้อมูลติดต่อ / แชต / เบอร์โทร
    8.ตรวจสอบความถูกต้อง แล้วกด “โพสต์”
    🐾 doglala โซเชียลมีเดียที่เกิดมาเพื่อคนรักหมา แมว + พื้นที่โพสต์ซื้อ-ขายสัตว์เลี้ยง และของใช้ ... 💬 อยากแบ่งปันเรื่องราวน้องหมา 📸 อยากโพสต์ภาพน้องแมวตัวโปรด 🛒 หรืออยากขายอาหาร/ของเล่น/บ้านสัตว์? 🐕‍🦺 หรือต้องการหาบ้านให้น้องหมาแมวอย่างปลอดภัย? ... ที่นี่…ตอบได้หมด! doglala คือที่ของคุณ ... 1.เลือกแพลตฟอร์ม doglala.com 2.สมัคร / เข้าสู่ระบบบัญชีผู้ใช้ 3.กด “Marketplace” หรือ “โพสต์” 4.ใส่รายละเอียดสัตว์เลี้ยง – ชื่อพันธุ์, อายุ, เพศ, สุขภาพ, วัคซีน, ราคา 5.อัปโหลดรูปภาพชัด ๆ หลายมุม 6.เลือกหมวดหมู่ให้ตรง (เช่น สัตว์เลี้ยง > สุนัข) 7.ใส่ข้อมูลติดต่อ / แชต / เบอร์โทร 8.ตรวจสอบความถูกต้อง แล้วกด “โพสต์”
    Love
    Like
    Wow
    7
    3 ความคิดเห็น 1 การแชร์ 2K การดู 238
  • ก่อนหน้านั้นได้โพสหนังเรื่อง Arthur the King : อาเธอร์ จอมราชา ที่สร้างจากเรื่องจริงเกี่ยวกับ น้องหมาจรจัดที่คอยวิ่งตามเป้นกำลังให้กับนักกีฬาจนประสบความสำเร็จ

    โพสนี้เลยขอนำเสนอเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง ที่เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดหนังเรื่องนี้ขึ้นมาครับ ไปดูกันเลยครับ

    อาร์เธอร์ : สุนัขจรจัดที่ฝ่าเส้นทางวิ่งเทรลหฤโหดจนเข้าเส้นชัย เพียงเพราะตามคนให้อาหาร

    "ผมมาเอกวาดอร์เพื่อคว้าแชมป์โลก แต่ผมได้เพื่อนใหม่กลับไป" มิคาเอล ลินด์นอร์ด กล่าว

    การแข่งขันผจญภัย หรือ Adventure race ถือเป็นหนึ่งในการแข่งขันสุดท้าทาย เพราะไม่เพียงต้องพาตัวเองและทีมเข้าเส้นชัย แต่ยังต้องเอาตัวรอดท่ามกลางสภาพอากาศและภูมิประเทศอันโหดหิน

    อย่างไรก็ดีหลายปีก่อนกลับมีสุนัขจรจัดเข้าร่วมการแข่งขันนี้ด้วยความบังเอิญ แถมยังสามารถเข้าเส้นชัยพร้อมกับมนุษย์ เพียงเพราะตามคนที่ให้อาหารมัน

    ศึกเอาชีวิตรอด
    แม้ว่าชื่อของ Adventure race หรือการแข่งขันผจญภัย อาจจะไม่ได้คุ้นหูชาวไทยมากนัก แต่มันก็เป็นการแข่งขันที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก หลังเริ่มจัดชิงแชมป์โลกมาตั้งแต่ปี 2000

    แต่ละทีมที่มีสมาชิก 2-4 คน จะต้องเดินทางเป็นระยะทางหลายร้อยกิโลเมตรในเส้นทางที่ไม่ปรากฎบนแผนที่ และอาจจะเจอกับสภาพอากาศที่สุดขั้ว ผ่านการปีนเขา เดินป่า ปั่นจักรยาน และพายเรือคายัค

    การแข่งขันอาจจะใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 10 วัน และแต่ละวันผู้เข้าร่วมการแข่งขันอาจจะได้พักกันแค่ชั่วโมงเดียวหรือน้อยกว่านั้น

    แต่ที่สำคัญที่สุดคือพวกเขาจะต้องเกาะกลุ่มกัน แบ่งสรรปันส่วนอาหารและน้ำ และแน่นอนว่าหากใครในทีมได้รับบาดเจ็บก็จะต้องพาไปด้วย เพื่อเข้าเส้นชัยพร้อมกันจึงจะถือว่าจบการแข่งขัน

    ปี 2014 ทีมพีกเพอร์ฟอร์แมนซ์ จากสวีเดน หนึ่งในทีมที่ดีที่สุดของโลก ประกอบไปด้วย มิคาเอล ลินด์นอร์ด, ไซมอน นีมี, คาเรน ลุนเกรนด์ และ สตาฟฟาน บยอคลุนด์ ได้เข้าร่วมการแข่งขันผจญภัยชิงแชมป์โลกที่เอกวาดอร์

    เส้นทางในปีนั้นค่อนข้างยาก เพราะนอกจากระยะทางรวมกว่า 700 กิโลเมตรที่มีตั้งแต่ป่าฝนแบบแอมะซอนไปจนถึงชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกแล้ว พวกเขายังต้องเผชิญกับระดับความสูง 4,500 เมตรของเทือกเขาแอนดีส และสภาพอากาศที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้วถึง 13 โซนทั่วเอกวาดอร์

    "ถ้าคุณอยากจะเก่งที่สุดสำหรับกีฬานี้ คุณจำเป็นจะต้องเจ็บปวด" มิคาเอล ลินด์นอร์ด กล่าวกับ ESPN

    การพานพบที่ไม่ตั้งใจ
    "เป้าหมายของเราคืออันดับ 1 และคว้าแชมป์โลก" มิคาเอล ลินด์นอร์ด กล่าว

    สำหรับ Adventure Racing World Championship ปี 2014 พีกเพอร์ฟอแมนซ์ถือว่าทำผลงานได้ไม่เลว เมื่อพวกเขามาถึงจุดเปลี่ยนกิจกรรมรองสุดท้าย ที่เปลี่ยนจากการปั่นจักรยานมาเป็นเดินป่า ตั้งแต่วันที่ 4 ของการแข่งขัน

    ตอนนั้นพวกเขาตามหลังผู้นำอยู่ไม่กี่ชั่วโมงและยังมีโอกาสที่จะแซงได้ แต่สถานการณ์ก็เปลี่ยนไปเมื่อลินด์นอร์ดไปสะดุดตากับสุนัขจรจัดเนื้อตัวสกปรกตัวหนึ่งระหว่างพักเบรกรอเดินทางไปยังจุดต่อไป

    มันมีสภาพที่ย่ำแย่สุดขีด ตัวเต็มไปด้วยโคลน และมีแผลขนาดใหญ่ที่กลางหลัง พร้อมเลือดที่เกรอะกรังไปทั่วตัว เขาคาดว่ามันน่าจะโดนทำร้ายมา ด้วยความสงสารลินด์นอร์ดจึงแบ่งลูกชิ้นที่ติดตัวมาให้มันกิน

    "ตอนผมกำลังเปิดกล่องอาหาร ตาผมก็เหลือบไปเห็นสุนัขท่าทางสกปรกตัวหนึ่ง" ลินด์นอร์ด กล่าวกับ Aftonbladet สื่อของสวีเดน

    "ผมคิดว่ามันกำลังหิวก็เลยเอาลูกชิ้นให้มัน หลังจากนั้นก็คิดว่าจะไม่ให้แล้ว"

    หลังจากนั้นลินด์นอร์ดและทีมก็ออกเดินทางต่อเพราะฟ้ามืดลงแล้ว แต่เมื่อเขาหยุดพักเพื่อจัดของระหว่างทาง ลินด์นอร์ดก็เห็นเงาตะคุ่ม ๆ อยู่ไกล ๆ ในป่า ก่อนจะรู้ว่ามันคือสุนัขที่เขาเพิ่งให้ลูกชิ้นไป

    "เฮ้ เจ้าหมา แกไม่กลับบ้านเหรอ แกจะเอาไงต่อ จะไปกับเราเหรอ" ลินด์นอร์ด ถามสุนัขตัวนั้น

    แน่นอนว่าลินด์นอร์ดเพียงแค่เย้ามันเล่น เพราะการเอาสุนัขเดินทางไปด้วยไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากทางข้างหน้าล้วนโหดหิน โดยเฉพาะโคลนที่สูงระดับเข่าที่มนุษย์เองบางทียังเอาตัวเองเกือบไม่รอด

    ทว่าสุนัขจรจัดตัวนั้นไม่ได้รับรู้หรือบางทีมันอาจจะไม่สน มันเดินตามลินด์นอร์ดและทีมไปตลอดทางในป่า แถมบางครั้งพวกเขาต้องช่วยกันดึงมันออกมาจากโคลนด้วยซ้ำ

    ไม่นานมันก็สนิทกับทุกคนในทีม และนอกจากมันจะร่วมทางไปด้วยแล้ว มันยังคอยเฝ้าระวังตอนที่ทีมหยุดพัก เช่นตอนที่ ไซมอน นีมี อยู่ในสภาวะขาดน้ำ มันก็นั่งเฝ้าอยู่ตรงนั้นไม่ห่าง

    พวกเขาจึงตัดสินใจให้มันเป็นหนึ่งในสมาชิกของทีม และตั้งชื่อมันว่า อาร์เธอร์ ที่มาจากกษัตริย์อาร์เธอร์ กษัตริย์อังกฤษในตำนาน จากความสง่างามของมัน

    "ผมคิดว่ามันสมควรได้รับชื่อว่าอาร์เธอร์ เหมือนกับราชา" ลินด์นอร์ด อธิบาย

    และนี่เป็นจุดเริ่มต้นของมิตรภาพครั้งสำคัญ

    เข้าเส้นชัยไปพร้อมกัน
    อาร์เธอร์เดินตามลินด์นอร์ดและสมาชิกในทีมจนออกมาจากป่าได้สำเร็จในวันที่ 5 ของการแข่งขัน ในสภาพที่อ่อนแรงทั้งคนและสุนัข พวกเขาเหลืออีกเพียงแค่ด่านเดียวก็จะจบการแข่งขัน

    "อาเธอร์เดิมพันชีวิตของมันไว้กับเรา มันเดิมพันทุกสิ่งทุกอย่างด้วยการไปกับเราในป่า ดังนั้นผมจึงเดิมพันกับมันเหมือนกัน และผมก็โชคดีมากเพราะมันเป็นหมาที่น่ารักที่สุดในโลก" ลินด์นอร์ด กล่าวกับ Daily Mail

    ทว่าเส้นทางของอาร์เธอร์ดูเหมือนจะสิ้นสุดที่ด่านสุดท้าย เมื่อสมาชิกต้องพายเรือเป็นระยะทางกว่า 54.7 กิโลเมตรในเส้นทางที่อันตราย และคาดว่าน่าจะใช้เวลาราว 14 ชั่วโมงกว่าจะถึงเส้นชัย การเอาสุนัขไปด้วยจะเป็นอุปสรรคกับพวกเขามากกว่า

    บวกกับผู้จัดการแข่งขันก็แนะนำให้ทิ้งมันไว้ที่ริมฝั่ง ซึ่งพวกเขาก็เคารพคำแนะนำนั้น ก่อนจะบอกลาเพื่อนสี่ขาด้วยสภาพจำยอม

    "ทีมผู้จัดการแข่งขันให้คำแนะนำว่าไม่ควรเอาอาร์เธอร์ไปด้วยในด่านสุดท้าย หมาในเรือคายัคไม่ได้เป็นไอเดียที่ดี ทีมก็เลยทำตามคำแนะนำ" ทีมพีกเพอร์ฟอร์แมนซ์ ย้อนความหลังใน Facebook อย่างเป็นทางการของทีม

    แต่อาร์เธอร์ก็ไม่ยอม เพราะทันทีที่ทีมออกจากฝั่งมันก็เริ่มเห่า กระโดดลงน้ำ และว่ายมาหาพวกเขา จนทำให้ลินด์นอร์ดทนดูภาพนี้ไม่ไหว ตัดสินใจรับมันขึ้นมาอยู่บนเรือคายัค ท่ามกลางเสียงปรบมือของคนที่อยู่บนฝั่ง

    "เมื่อเราออกตัวผมมองไปที่มันแล้วเริ่มพาย จากนั้นผมก็ได้ยินเสียงน้ำกระเซ็น" ลินด์นอร์ด กล่าวกับ ESPN

    "อาร์เธอร์กระโดดลงมาในน้ำ มันว่ายตามหลังเรามา ชัดเจนว่ามันคือส่วนหนึ่งของเรา การดูแลหมาตัวนี้ยิ่งใหญ่กว่าการได้รับชัยชนะ" บยอคลุนด์ เสริม

    อย่างไรก็ดีการมีสุนัขอยู่บนเรือไม่ใช่เรื่องง่าย พวกเขาต้องหาวิธีพายเพื่อไม่ให้โดนตัวอาร์เธอร์ แถมบางครั้งมันยังพยายามกระโดดลงน้ำและทำให้พวกเขาต้องลงไปช่วย เรียกได้ว่าทุลักทุเลทั้งคนและสัตว์

    "มันขวางทางตลอดเวลาพาย และทำให้เราต้องหาเทคนิคในการพายใหม่ เพื่อไม่ให้โดนมันจนตกน้ำ" ลินด์นอร์ด กล่าวกับ Gear Junkies

    "บางครั้งมันก็กระโดดลงไปในน้ำและว่ายน้ำ แล้วคลานขึ้นมาอีกครั้งด้วยความหนาวจัด ทำให้เราต้องเอาแจ็คเก็ตห่มให้มัน"

    "ครั้งหนึ่งตอนที่เราอยู่ใกล้กับฝั่ง มันกระโดดออกไปและว่ายไปที่ฝั่ง เราคิดว่านี่เป็นครั้งสุดท้ายที่เราจะได้เห็นมัน แต่มันก็วิ่งไปตามถนนแล้วกระโดดลงน้ำว่ายมาหาเรา"

    และหลังจากผ่านเส้นทางอันหฤโหดในวันที่ 6 ของการแข่งขัน พวกเขาก็เข้าเส้นชัยด้วยสมาชิก 5 ชีวิต แทนที่จะเป็น 4 และจบในอันดับ 12 จากผู้เข้าร่วมทั้งหมด 54 ทีม

    แต่การเดินทางของอาร์เธอร์ไม่ได้จบลงแค่นี้


    มิตรภาพบริสุทธิ์
    "เขารู้สึกอะไรบางอย่างกับอาร์เธอร์และคิดว่าปล่อยมันไว้ไม่ได้ เขาแค่อยากจะช่วยเพื่อนของเขา" เฮเลนา ลินด์นอร์ด ภรรยาของมิคาเอล บอกกับ ESPN

    หลังการแข่งขันลินด์นอร์ดรู้สึกว่าเขาจะทิ้งอาร์เธอร์ไว้ไม่ได้และอยากจะพามันกลับไปสวีเดนด้วย แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องใช้เงินไม่น้อยในการขนสัตว์เลี้ยงข้ามทวีป รวมไปถึงต้องรักษาบาดแผลของมันก่อน

    "ผมรู้ทันทีเลยว่าผมอยากพามันกลับบ้านไปอยู่กับครอบครัวของผม และให้มันได้มีชีวิตอย่างที่ควรจะเป็น" ลินด์นอร์ด กล่าวกับ Daily Mail

    ลินด์นอร์ดจึงเล่าเรื่องนี้ผ่านทวิตเตอร์ แล้วเปิดรับบริจาคผ่านบัญชี Paypal จนทำให้ชื่อของอาร์เธอร์โด่งดังไปทั่วโลก ก่อนที่เขาจะได้รับความช่วยเหลือจากผู้คนมากมาย รวมถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการสังคมของเอกวาดอร์ และคณะกรรมการเกษตรสวีเดน ที่อนุญาตให้พาเพื่อนใหม่ของเขาไปสวีเดนได้

    หลังจากเข้ารับการรักษาจากสัตวแพทย์และกักตัวครบ 120 วัน มีนาคม 2015 อาร์เธอร์ก็เดินทางจากเอกวาดอร์ไปอยู่กับครอบครัวของลินด์นอร์ดในเมือง Örnsköldsvik ทางตอนกลางของสวีเดน

    "มันรู้สึกแฮปปี้ที่อยู่กับเรา ตอนที่เรามารับมัน มันกระโดดไปรอบ ๆ จุ๊บเราและนอนลงเพื่อให้เราเกาท้อง มันทักทายทุกคนที่พบระหว่างวัน" ลินด์นอร์ด กล่าวกับ MailOnline

    "เรารอวันนี้มานาน และตอนนี้มันก็อยู่ที่นี่ มันเป็นวันที่ยิ่งใหญ่สำหรับครอบครัวของเรา และเป็นวันที่ดีกว่าเดิมสำหรับอาร์เธอร์"

    อาร์เธอร์ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับครอบครัวใหม่ ได้ออกไปเที่ยวหลากหลาย ก่อนจะจากโลกนี้ไปอย่างสงบในปี 2020 ด้วยอายุราว 12 ปี

    ทว่าเรื่องราวของอาร์เธอร์ยังคงถูกเล่าขาน ผ่านทั้งหนังสือของลินด์นอร์ดที่มีชื่อว่า The Dog who Crossed the Jungle to Find a Home ในปี 2016 ไปจนถึงสารคดีมากมายก่อนมันเสียชีวิต

    นอกจากนี้อาร์เธอร์ยังเป็นแรงบันดาลใจให้ทีมพีกเพอร์ฟอร์แมนซ์ก่อตั้งมูลนิธิการกุศลเพื่อช่วยเหลือสุนัขข้างถนน รวมถึงโครงการ "สุนัขชุมชน" ที่จะจัดหาสัตวแพทย์ไปคอยดูแลสุนัขที่ไม่มีเจ้าของ

    แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือจิตใจที่ไม่ยอมแพ้ของอาร์เธอร์ที่ทำให้มันได้รับชีวิตใหม่ และได้เจอกับครอบครัวที่รักมัน … ตราบจนวันสุดท้ายของชีวิต

    "มันเป็นนักสู้เหมือนกับผมที่ไม่เคยยอมแพ้ ผมมองเห็นสิ่งนั้นในป่าตอนที่มันตามเรามา" ลินด์นอร์ด ทิ้งท้าย

    Cr. https://mainstand.co.th/th/features/6/article/3276

    #dog
    ก่อนหน้านั้นได้โพสหนังเรื่อง Arthur the King : อาเธอร์ จอมราชา ที่สร้างจากเรื่องจริงเกี่ยวกับ น้องหมาจรจัดที่คอยวิ่งตามเป้นกำลังให้กับนักกีฬาจนประสบความสำเร็จ โพสนี้เลยขอนำเสนอเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง ที่เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดหนังเรื่องนี้ขึ้นมาครับ ไปดูกันเลยครับ อาร์เธอร์ : สุนัขจรจัดที่ฝ่าเส้นทางวิ่งเทรลหฤโหดจนเข้าเส้นชัย เพียงเพราะตามคนให้อาหาร "ผมมาเอกวาดอร์เพื่อคว้าแชมป์โลก แต่ผมได้เพื่อนใหม่กลับไป" มิคาเอล ลินด์นอร์ด กล่าว การแข่งขันผจญภัย หรือ Adventure race ถือเป็นหนึ่งในการแข่งขันสุดท้าทาย เพราะไม่เพียงต้องพาตัวเองและทีมเข้าเส้นชัย แต่ยังต้องเอาตัวรอดท่ามกลางสภาพอากาศและภูมิประเทศอันโหดหิน อย่างไรก็ดีหลายปีก่อนกลับมีสุนัขจรจัดเข้าร่วมการแข่งขันนี้ด้วยความบังเอิญ แถมยังสามารถเข้าเส้นชัยพร้อมกับมนุษย์ เพียงเพราะตามคนที่ให้อาหารมัน ศึกเอาชีวิตรอด แม้ว่าชื่อของ Adventure race หรือการแข่งขันผจญภัย อาจจะไม่ได้คุ้นหูชาวไทยมากนัก แต่มันก็เป็นการแข่งขันที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก หลังเริ่มจัดชิงแชมป์โลกมาตั้งแต่ปี 2000 แต่ละทีมที่มีสมาชิก 2-4 คน จะต้องเดินทางเป็นระยะทางหลายร้อยกิโลเมตรในเส้นทางที่ไม่ปรากฎบนแผนที่ และอาจจะเจอกับสภาพอากาศที่สุดขั้ว ผ่านการปีนเขา เดินป่า ปั่นจักรยาน และพายเรือคายัค การแข่งขันอาจจะใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 10 วัน และแต่ละวันผู้เข้าร่วมการแข่งขันอาจจะได้พักกันแค่ชั่วโมงเดียวหรือน้อยกว่านั้น แต่ที่สำคัญที่สุดคือพวกเขาจะต้องเกาะกลุ่มกัน แบ่งสรรปันส่วนอาหารและน้ำ และแน่นอนว่าหากใครในทีมได้รับบาดเจ็บก็จะต้องพาไปด้วย เพื่อเข้าเส้นชัยพร้อมกันจึงจะถือว่าจบการแข่งขัน ปี 2014 ทีมพีกเพอร์ฟอร์แมนซ์ จากสวีเดน หนึ่งในทีมที่ดีที่สุดของโลก ประกอบไปด้วย มิคาเอล ลินด์นอร์ด, ไซมอน นีมี, คาเรน ลุนเกรนด์ และ สตาฟฟาน บยอคลุนด์ ได้เข้าร่วมการแข่งขันผจญภัยชิงแชมป์โลกที่เอกวาดอร์ เส้นทางในปีนั้นค่อนข้างยาก เพราะนอกจากระยะทางรวมกว่า 700 กิโลเมตรที่มีตั้งแต่ป่าฝนแบบแอมะซอนไปจนถึงชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกแล้ว พวกเขายังต้องเผชิญกับระดับความสูง 4,500 เมตรของเทือกเขาแอนดีส และสภาพอากาศที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้วถึง 13 โซนทั่วเอกวาดอร์ "ถ้าคุณอยากจะเก่งที่สุดสำหรับกีฬานี้ คุณจำเป็นจะต้องเจ็บปวด" มิคาเอล ลินด์นอร์ด กล่าวกับ ESPN การพานพบที่ไม่ตั้งใจ "เป้าหมายของเราคืออันดับ 1 และคว้าแชมป์โลก" มิคาเอล ลินด์นอร์ด กล่าว สำหรับ Adventure Racing World Championship ปี 2014 พีกเพอร์ฟอแมนซ์ถือว่าทำผลงานได้ไม่เลว เมื่อพวกเขามาถึงจุดเปลี่ยนกิจกรรมรองสุดท้าย ที่เปลี่ยนจากการปั่นจักรยานมาเป็นเดินป่า ตั้งแต่วันที่ 4 ของการแข่งขัน ตอนนั้นพวกเขาตามหลังผู้นำอยู่ไม่กี่ชั่วโมงและยังมีโอกาสที่จะแซงได้ แต่สถานการณ์ก็เปลี่ยนไปเมื่อลินด์นอร์ดไปสะดุดตากับสุนัขจรจัดเนื้อตัวสกปรกตัวหนึ่งระหว่างพักเบรกรอเดินทางไปยังจุดต่อไป มันมีสภาพที่ย่ำแย่สุดขีด ตัวเต็มไปด้วยโคลน และมีแผลขนาดใหญ่ที่กลางหลัง พร้อมเลือดที่เกรอะกรังไปทั่วตัว เขาคาดว่ามันน่าจะโดนทำร้ายมา ด้วยความสงสารลินด์นอร์ดจึงแบ่งลูกชิ้นที่ติดตัวมาให้มันกิน "ตอนผมกำลังเปิดกล่องอาหาร ตาผมก็เหลือบไปเห็นสุนัขท่าทางสกปรกตัวหนึ่ง" ลินด์นอร์ด กล่าวกับ Aftonbladet สื่อของสวีเดน "ผมคิดว่ามันกำลังหิวก็เลยเอาลูกชิ้นให้มัน หลังจากนั้นก็คิดว่าจะไม่ให้แล้ว" หลังจากนั้นลินด์นอร์ดและทีมก็ออกเดินทางต่อเพราะฟ้ามืดลงแล้ว แต่เมื่อเขาหยุดพักเพื่อจัดของระหว่างทาง ลินด์นอร์ดก็เห็นเงาตะคุ่ม ๆ อยู่ไกล ๆ ในป่า ก่อนจะรู้ว่ามันคือสุนัขที่เขาเพิ่งให้ลูกชิ้นไป "เฮ้ เจ้าหมา แกไม่กลับบ้านเหรอ แกจะเอาไงต่อ จะไปกับเราเหรอ" ลินด์นอร์ด ถามสุนัขตัวนั้น แน่นอนว่าลินด์นอร์ดเพียงแค่เย้ามันเล่น เพราะการเอาสุนัขเดินทางไปด้วยไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากทางข้างหน้าล้วนโหดหิน โดยเฉพาะโคลนที่สูงระดับเข่าที่มนุษย์เองบางทียังเอาตัวเองเกือบไม่รอด ทว่าสุนัขจรจัดตัวนั้นไม่ได้รับรู้หรือบางทีมันอาจจะไม่สน มันเดินตามลินด์นอร์ดและทีมไปตลอดทางในป่า แถมบางครั้งพวกเขาต้องช่วยกันดึงมันออกมาจากโคลนด้วยซ้ำ ไม่นานมันก็สนิทกับทุกคนในทีม และนอกจากมันจะร่วมทางไปด้วยแล้ว มันยังคอยเฝ้าระวังตอนที่ทีมหยุดพัก เช่นตอนที่ ไซมอน นีมี อยู่ในสภาวะขาดน้ำ มันก็นั่งเฝ้าอยู่ตรงนั้นไม่ห่าง พวกเขาจึงตัดสินใจให้มันเป็นหนึ่งในสมาชิกของทีม และตั้งชื่อมันว่า อาร์เธอร์ ที่มาจากกษัตริย์อาร์เธอร์ กษัตริย์อังกฤษในตำนาน จากความสง่างามของมัน "ผมคิดว่ามันสมควรได้รับชื่อว่าอาร์เธอร์ เหมือนกับราชา" ลินด์นอร์ด อธิบาย และนี่เป็นจุดเริ่มต้นของมิตรภาพครั้งสำคัญ เข้าเส้นชัยไปพร้อมกัน อาร์เธอร์เดินตามลินด์นอร์ดและสมาชิกในทีมจนออกมาจากป่าได้สำเร็จในวันที่ 5 ของการแข่งขัน ในสภาพที่อ่อนแรงทั้งคนและสุนัข พวกเขาเหลืออีกเพียงแค่ด่านเดียวก็จะจบการแข่งขัน "อาเธอร์เดิมพันชีวิตของมันไว้กับเรา มันเดิมพันทุกสิ่งทุกอย่างด้วยการไปกับเราในป่า ดังนั้นผมจึงเดิมพันกับมันเหมือนกัน และผมก็โชคดีมากเพราะมันเป็นหมาที่น่ารักที่สุดในโลก" ลินด์นอร์ด กล่าวกับ Daily Mail ทว่าเส้นทางของอาร์เธอร์ดูเหมือนจะสิ้นสุดที่ด่านสุดท้าย เมื่อสมาชิกต้องพายเรือเป็นระยะทางกว่า 54.7 กิโลเมตรในเส้นทางที่อันตราย และคาดว่าน่าจะใช้เวลาราว 14 ชั่วโมงกว่าจะถึงเส้นชัย การเอาสุนัขไปด้วยจะเป็นอุปสรรคกับพวกเขามากกว่า บวกกับผู้จัดการแข่งขันก็แนะนำให้ทิ้งมันไว้ที่ริมฝั่ง ซึ่งพวกเขาก็เคารพคำแนะนำนั้น ก่อนจะบอกลาเพื่อนสี่ขาด้วยสภาพจำยอม "ทีมผู้จัดการแข่งขันให้คำแนะนำว่าไม่ควรเอาอาร์เธอร์ไปด้วยในด่านสุดท้าย หมาในเรือคายัคไม่ได้เป็นไอเดียที่ดี ทีมก็เลยทำตามคำแนะนำ" ทีมพีกเพอร์ฟอร์แมนซ์ ย้อนความหลังใน Facebook อย่างเป็นทางการของทีม แต่อาร์เธอร์ก็ไม่ยอม เพราะทันทีที่ทีมออกจากฝั่งมันก็เริ่มเห่า กระโดดลงน้ำ และว่ายมาหาพวกเขา จนทำให้ลินด์นอร์ดทนดูภาพนี้ไม่ไหว ตัดสินใจรับมันขึ้นมาอยู่บนเรือคายัค ท่ามกลางเสียงปรบมือของคนที่อยู่บนฝั่ง "เมื่อเราออกตัวผมมองไปที่มันแล้วเริ่มพาย จากนั้นผมก็ได้ยินเสียงน้ำกระเซ็น" ลินด์นอร์ด กล่าวกับ ESPN "อาร์เธอร์กระโดดลงมาในน้ำ มันว่ายตามหลังเรามา ชัดเจนว่ามันคือส่วนหนึ่งของเรา การดูแลหมาตัวนี้ยิ่งใหญ่กว่าการได้รับชัยชนะ" บยอคลุนด์ เสริม อย่างไรก็ดีการมีสุนัขอยู่บนเรือไม่ใช่เรื่องง่าย พวกเขาต้องหาวิธีพายเพื่อไม่ให้โดนตัวอาร์เธอร์ แถมบางครั้งมันยังพยายามกระโดดลงน้ำและทำให้พวกเขาต้องลงไปช่วย เรียกได้ว่าทุลักทุเลทั้งคนและสัตว์ "มันขวางทางตลอดเวลาพาย และทำให้เราต้องหาเทคนิคในการพายใหม่ เพื่อไม่ให้โดนมันจนตกน้ำ" ลินด์นอร์ด กล่าวกับ Gear Junkies "บางครั้งมันก็กระโดดลงไปในน้ำและว่ายน้ำ แล้วคลานขึ้นมาอีกครั้งด้วยความหนาวจัด ทำให้เราต้องเอาแจ็คเก็ตห่มให้มัน" "ครั้งหนึ่งตอนที่เราอยู่ใกล้กับฝั่ง มันกระโดดออกไปและว่ายไปที่ฝั่ง เราคิดว่านี่เป็นครั้งสุดท้ายที่เราจะได้เห็นมัน แต่มันก็วิ่งไปตามถนนแล้วกระโดดลงน้ำว่ายมาหาเรา" และหลังจากผ่านเส้นทางอันหฤโหดในวันที่ 6 ของการแข่งขัน พวกเขาก็เข้าเส้นชัยด้วยสมาชิก 5 ชีวิต แทนที่จะเป็น 4 และจบในอันดับ 12 จากผู้เข้าร่วมทั้งหมด 54 ทีม แต่การเดินทางของอาร์เธอร์ไม่ได้จบลงแค่นี้ มิตรภาพบริสุทธิ์ "เขารู้สึกอะไรบางอย่างกับอาร์เธอร์และคิดว่าปล่อยมันไว้ไม่ได้ เขาแค่อยากจะช่วยเพื่อนของเขา" เฮเลนา ลินด์นอร์ด ภรรยาของมิคาเอล บอกกับ ESPN หลังการแข่งขันลินด์นอร์ดรู้สึกว่าเขาจะทิ้งอาร์เธอร์ไว้ไม่ได้และอยากจะพามันกลับไปสวีเดนด้วย แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องใช้เงินไม่น้อยในการขนสัตว์เลี้ยงข้ามทวีป รวมไปถึงต้องรักษาบาดแผลของมันก่อน "ผมรู้ทันทีเลยว่าผมอยากพามันกลับบ้านไปอยู่กับครอบครัวของผม และให้มันได้มีชีวิตอย่างที่ควรจะเป็น" ลินด์นอร์ด กล่าวกับ Daily Mail ลินด์นอร์ดจึงเล่าเรื่องนี้ผ่านทวิตเตอร์ แล้วเปิดรับบริจาคผ่านบัญชี Paypal จนทำให้ชื่อของอาร์เธอร์โด่งดังไปทั่วโลก ก่อนที่เขาจะได้รับความช่วยเหลือจากผู้คนมากมาย รวมถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการสังคมของเอกวาดอร์ และคณะกรรมการเกษตรสวีเดน ที่อนุญาตให้พาเพื่อนใหม่ของเขาไปสวีเดนได้ หลังจากเข้ารับการรักษาจากสัตวแพทย์และกักตัวครบ 120 วัน มีนาคม 2015 อาร์เธอร์ก็เดินทางจากเอกวาดอร์ไปอยู่กับครอบครัวของลินด์นอร์ดในเมือง Örnsköldsvik ทางตอนกลางของสวีเดน "มันรู้สึกแฮปปี้ที่อยู่กับเรา ตอนที่เรามารับมัน มันกระโดดไปรอบ ๆ จุ๊บเราและนอนลงเพื่อให้เราเกาท้อง มันทักทายทุกคนที่พบระหว่างวัน" ลินด์นอร์ด กล่าวกับ MailOnline "เรารอวันนี้มานาน และตอนนี้มันก็อยู่ที่นี่ มันเป็นวันที่ยิ่งใหญ่สำหรับครอบครัวของเรา และเป็นวันที่ดีกว่าเดิมสำหรับอาร์เธอร์" อาร์เธอร์ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับครอบครัวใหม่ ได้ออกไปเที่ยวหลากหลาย ก่อนจะจากโลกนี้ไปอย่างสงบในปี 2020 ด้วยอายุราว 12 ปี ทว่าเรื่องราวของอาร์เธอร์ยังคงถูกเล่าขาน ผ่านทั้งหนังสือของลินด์นอร์ดที่มีชื่อว่า The Dog who Crossed the Jungle to Find a Home ในปี 2016 ไปจนถึงสารคดีมากมายก่อนมันเสียชีวิต นอกจากนี้อาร์เธอร์ยังเป็นแรงบันดาลใจให้ทีมพีกเพอร์ฟอร์แมนซ์ก่อตั้งมูลนิธิการกุศลเพื่อช่วยเหลือสุนัขข้างถนน รวมถึงโครงการ "สุนัขชุมชน" ที่จะจัดหาสัตวแพทย์ไปคอยดูแลสุนัขที่ไม่มีเจ้าของ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือจิตใจที่ไม่ยอมแพ้ของอาร์เธอร์ที่ทำให้มันได้รับชีวิตใหม่ และได้เจอกับครอบครัวที่รักมัน … ตราบจนวันสุดท้ายของชีวิต "มันเป็นนักสู้เหมือนกับผมที่ไม่เคยยอมแพ้ ผมมองเห็นสิ่งนั้นในป่าตอนที่มันตามเรามา" ลินด์นอร์ด ทิ้งท้าย Cr. https://mainstand.co.th/th/features/6/article/3276 #dog
    Love
    Yay
    5
    15 ความคิดเห็น 0 การแชร์ 2K การดู
  • ครั้งแรกที่เห็นโพสของเพจนี้ ที่ว่า แค่โพสต์รูปหมา ก็ได้เงินนั้น ต้องเรียนตามตรงว่า ก็แอบเอ๊ะ ๆ สงสัย เหมือนกันว่า จะได้จริงเหรอ ซึ่งก็ได้มีเข้าไปโพสคอมเม้นต์ และก็มีคนมาตอบกลับว่า ได้เงินจริง ก็ยิ่งสร้างความสงสัย และสนใจมากขึ้นว่า เหรอว่าจะได้เงินจริง ๆ น้อ ดังนั้น ก็เลยบอกตัวเองว่า งั้นลองดูหน่อยก็ได้ ลองโพสขำ ๆ ไป เพราะตัวผู้โพสเองก็เลี้ยงหมา และมีรูปน้องเยอะอยู่เหมือนกัน ก็เลยนำมาโพสขำ ๆ และกะว่า ถ้าได้เงินจริง ๆ ตามที่ประกาศก็จะมาขอรีวิว ยืนยันให้

    และท้ายสุด หลังจากลองพยายามโพสมาเรื่อยๆ ขำ ๆ และลองกดถอนดู ปรากฎว่า วันนี้เวลาประมาณ 7.30 เงินได้เข้าบัญชีจริง ๆ จำนวน 900 บาท ตามที่ได้โพสไปเรื่อย ๆ ในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งรู้สึกตื่นเต้น และดีใจ ที่ว่า เฮ้ย ได้เงินจริงว่ะ แม้ว่าอาจจะไม่ใช่ยอดเงินที่เยอะมาก แต่ก็เป็นค่าขนม ค่าน้ำ ค่าข้าวได้เป็นอย่างดี และเมื่อเห็นเงินเข้าจริงแบบนี้ ก็ยิ่งมีกำลังใจในการโพสมากขึ้น และต้องบอกว่า อาจจะโพสถี่ขึ้นเรื่อยๆ (ถ้าว่างหรือสะดวกในช่วงนั้น ๆ )

    ดังนั้น ถ้าใครที่ยังสงสัยว่า เพจนี้จ่ายเงินให้จริงเหรอไม่ เราก็ขอยืนยันมา ณ ที่นี้ว่า เพจนี้จ่ายเงินให้จริง ๆ ครับ

    ทั้งนี้หากใครสนใจอยากมีรายได้เสริมเล็ก ๆ น้อย ๆ ไว้ ก็สามารถมาร่วมโพสภาพน้องหมา เหล่าสัตว์เลี้ยงต่าง ๆ กันได้เลยครับ

    ขอยืนยันอีกเสียงว่า ได้รับเงินจริง จ่ายจริง ครับ

    หมายเหตุ

    สำหรับรอบการจ่ายจะมี 2 รอบ คือ
    รอบที่ 1 - วันที่ 1-15 ของเดือน จะได้รับเงินวันที่ 20 ของเดือนเดียวกัน
    รอบที่ 2 - วันที่ 16-31 ของเดือน จะได้รับเงินวันที่ 5 ของเดือนถัดไป ครับ

    สำหรับเจ้าของโพสได้แจ้งถอนไปเมื่อวันที่ 15-6-68 และได้รับเงินในวันที่ 20-6-68 ครับ
    ครั้งแรกที่เห็นโพสของเพจนี้ ที่ว่า แค่โพสต์รูปหมา ก็ได้เงินนั้น ต้องเรียนตามตรงว่า ก็แอบเอ๊ะ ๆ สงสัย เหมือนกันว่า จะได้จริงเหรอ ซึ่งก็ได้มีเข้าไปโพสคอมเม้นต์ และก็มีคนมาตอบกลับว่า ได้เงินจริง ก็ยิ่งสร้างความสงสัย และสนใจมากขึ้นว่า เหรอว่าจะได้เงินจริง ๆ น้อ ดังนั้น ก็เลยบอกตัวเองว่า งั้นลองดูหน่อยก็ได้ ลองโพสขำ ๆ ไป เพราะตัวผู้โพสเองก็เลี้ยงหมา และมีรูปน้องเยอะอยู่เหมือนกัน ก็เลยนำมาโพสขำ ๆ และกะว่า ถ้าได้เงินจริง ๆ ตามที่ประกาศก็จะมาขอรีวิว ยืนยันให้ และท้ายสุด หลังจากลองพยายามโพสมาเรื่อยๆ ขำ ๆ และลองกดถอนดู ปรากฎว่า วันนี้เวลาประมาณ 7.30 เงินได้เข้าบัญชีจริง ๆ จำนวน 900 บาท ตามที่ได้โพสไปเรื่อย ๆ ในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งรู้สึกตื่นเต้น และดีใจ ที่ว่า เฮ้ย ได้เงินจริงว่ะ แม้ว่าอาจจะไม่ใช่ยอดเงินที่เยอะมาก แต่ก็เป็นค่าขนม ค่าน้ำ ค่าข้าวได้เป็นอย่างดี และเมื่อเห็นเงินเข้าจริงแบบนี้ ก็ยิ่งมีกำลังใจในการโพสมากขึ้น และต้องบอกว่า อาจจะโพสถี่ขึ้นเรื่อยๆ (ถ้าว่างหรือสะดวกในช่วงนั้น ๆ ) ดังนั้น ถ้าใครที่ยังสงสัยว่า เพจนี้จ่ายเงินให้จริงเหรอไม่ เราก็ขอยืนยันมา ณ ที่นี้ว่า เพจนี้จ่ายเงินให้จริง ๆ ครับ ทั้งนี้หากใครสนใจอยากมีรายได้เสริมเล็ก ๆ น้อย ๆ ไว้ ก็สามารถมาร่วมโพสภาพน้องหมา เหล่าสัตว์เลี้ยงต่าง ๆ กันได้เลยครับ ขอยืนยันอีกเสียงว่า ได้รับเงินจริง จ่ายจริง ครับ หมายเหตุ สำหรับรอบการจ่ายจะมี 2 รอบ คือ รอบที่ 1 - วันที่ 1-15 ของเดือน จะได้รับเงินวันที่ 20 ของเดือนเดียวกัน รอบที่ 2 - วันที่ 16-31 ของเดือน จะได้รับเงินวันที่ 5 ของเดือนถัดไป ครับ สำหรับเจ้าของโพสได้แจ้งถอนไปเมื่อวันที่ 15-6-68 และได้รับเงินในวันที่ 20-6-68 ครับ
    Love
    Like
    15
    16 ความคิดเห็น 0 การแชร์ 869 การดู
  • ระหว่างนั่งไถ ๆ ดูข้อมูลเรื่อยเปื่อยไปเจอภาพนี้เข้า น้องเตี้ยคอร์กี้ ผสมกับไซบีเรียน เป็น ไซบีกี้ (เรียกเอง 555) ลั่นเลย พันธุ์หนึ่งสูงสง่า โดดเด่น อีกพันธุ์เตี้ย ท้องติดดิน ขาสั้นยังกะแง่งขิง พอผสมออกมาแล้ว น่าร๊ากกกก 5555

    Cr.
    - เพจ ตามติดชีวิตAnimal
    - https://www.dek-d.com/board/writer/3055377/

    #cutepet #dog #หมาน่ารัก
    ระหว่างนั่งไถ ๆ ดูข้อมูลเรื่อยเปื่อยไปเจอภาพนี้เข้า น้องเตี้ยคอร์กี้ ผสมกับไซบีเรียน เป็น ไซบีกี้ (เรียกเอง 555) ลั่นเลย พันธุ์หนึ่งสูงสง่า โดดเด่น อีกพันธุ์เตี้ย ท้องติดดิน ขาสั้นยังกะแง่งขิง พอผสมออกมาแล้ว น่าร๊ากกกก 5555 Cr. - เพจ ตามติดชีวิตAnimal - https://www.dek-d.com/board/writer/3055377/ #cutepet #dog #หมาน่ารัก
    Like
    Love
    Haha
    3
    8 ความคิดเห็น 0 การแชร์ 715 การดู
  • "เมื่อปี 2015 เนื่องในโอกาสครบรอบ 80 ปีที่ฮาจิจากไป ก็ได้มีการสร้างรูปปั้นศาสตราจารย์กับฮาจิโกะขึ้นที่คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยโตเกียวที่ศาสตราจารย์เคยสอน ฮาจิจึงได้พบกับเจ้าของในที่สุด"

    Cr. https://chillchilljapan.com/dictionary/hachiko/

    เห็นภาพนี้แล้ว ก็รู้สึกตื้นตัน ดีใจยังไงไม่รู้ จริงอยู่ว่า แม้ในเรื่องจริงนั้น เจ้าฮาจิโกะ จะไม่ได้เจอกับศาตราจารย์อุเอะโนะ แต่การที่ผู้คนได้สร้างอนุเสารีย์ให้ทั้ง 2 ได้มาเจอกันนั้น ก็ได้สร้างความรู้สึกปลื้มปริ่ม ดีใจ อบอุ่นที่ในที่สุดทั้งคู่ก็ได้มาเจอกันแล้ว
    "เมื่อปี 2015 เนื่องในโอกาสครบรอบ 80 ปีที่ฮาจิจากไป ก็ได้มีการสร้างรูปปั้นศาสตราจารย์กับฮาจิโกะขึ้นที่คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยโตเกียวที่ศาสตราจารย์เคยสอน ฮาจิจึงได้พบกับเจ้าของในที่สุด" Cr. https://chillchilljapan.com/dictionary/hachiko/ เห็นภาพนี้แล้ว ก็รู้สึกตื้นตัน ดีใจยังไงไม่รู้ จริงอยู่ว่า แม้ในเรื่องจริงนั้น เจ้าฮาจิโกะ จะไม่ได้เจอกับศาตราจารย์อุเอะโนะ แต่การที่ผู้คนได้สร้างอนุเสารีย์ให้ทั้ง 2 ได้มาเจอกันนั้น ก็ได้สร้างความรู้สึกปลื้มปริ่ม ดีใจ อบอุ่นที่ในที่สุดทั้งคู่ก็ได้มาเจอกันแล้ว
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแชร์ 745 การดู
ได้รับการสนับสนุน

DOGLALA Model-X (Dog Robot)

Starting at $2,900.00 USD Launching Q1 2026 Developed by 🌐 doglala.com